กองปราบรวบหนุ่มใหญ่วัย 56 หลอกชาวบ้านลงทุนทำฟาร์มนกกระจอกเทศ ก่อนอ้างฟาร์มเจ๊งไร้เงินใช้หนี-หิ้วกระเป๋าหนีซุกนครปฐม
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก. ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ ชป.1 กก.2 บก.ป. จับกุมตัว นายสงัด หรือเสริมศักดิ์ หาญยืน อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัด มีนบุรีเลขที่ 973/2555 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 ข้อหา“ฉ้อโกง” และตามหมายจับของศาลจังหวัดกบินทร์บุรีเลขที่ 78/2555 ลงวันที่ 17 เมษายน 2555 “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2552 นายสงัดได้จัดตั้งฟาร์มระดมทุนชื่อว่า “เชี่ยว Ostrich ฟาร์ม” ตั้งอยู่ที่ ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อทำฟาร์มนกกระจอกเทศส่งออกไปขายยังร้านค้าต่างๆ โดยได้หลอกให้ชาวบ้านมาร่วมลงทุนโดยจะได้ส่วนแบ่ง 55 เปอร์เซ็นต์และนายสงัดได้ 45 เปอร์เซ็นต์ นายสงัดจะมีหน้าที่เลี้ยงนกกระจอกเทศและนำส่งไปขาย ซึ่งในช่วงแรกได้ส่วนแบ่งตามที่กำหนด กระทั่งช่วงปลายปี 2552 นายัดได้อ้างกับผู้ร่วมลงทุนว่านกกระจอกเทศที่เลี้ยงไว้ได้ตายหมดแล้วจึงทำให้ไม่มีรายได้ส่งออกและไม่มีเงินตอบแทนให้กับผู้ลงทุน หลังจากนั้นก็ปิดฟาร์มและได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวน นายสงัด ให้การว่า ตนได้ระดมทุนเปิดฟาร์มนกกระจอกเทศจริง แต่นกกระจอกเทศที่เลี้ยงตายหมดจึงไม่มีเงินส่วนแบ่งให้ผู้ร่วมทุน อีกทั้งตนไม่ได้มีความตั้งใจจะหลบหนี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรีเพื่อดำเนินคดีต่อไป สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท





