background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปัดเอี่ยวสั่งเด้ง 'ผกก.พญาไท' ลั่นชน 'พล.ต.ต.' ถ้าทำเสียหาย

ปัดเอี่ยวสั่งเด้ง 'ผกก.พญาไท' ลั่นชน 'พล.ต.ต.' ถ้าทำเสียหาย

"ศรีวราห์" ยันไม่เอี่ยวสั่งเด้ง "ผกก.สน.พญาไท" รับเรียกดูสำนวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญจริง ลั่นชน "พล.ต.ต." หากทำตัวใหญ่กว่าพล.ต.อ. และทำให้ชาติเสียหาย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 กันยายน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า เป็นนายตำรวจระดับสูงขอดูสำนวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญจากพ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท แต่ถูกปฏิเสธ จนนำมาสู่การเสนอโยกย้ายพ.ต.อ.นิติวัฒน์ ประจำศปก.บช.น. 1 เมื่อวานนี้ ว่า เรื่องนี้ตนได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ไปตรวจสอบสำนวนจริง ถึงผบ.ตร.ไม่มีคำสั่ง ตนก็มีอำนาจตามกฎหมายในการไปตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งผบ.ตร.ให้อำนาจไว้ตามคำสั่งตร.ที่ 872/2560 ประกอบกับคำสั่ง คสช.ที่ 817/2559 เกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ให้อำนาจในการตรวจสอบการทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคง

ยืนยันว่า ตนมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบคดี ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เรื่องนี้ ผบ.ตร. สั่งให้ตนไปตรวจสอบสำนวนหลังจากศาลพิพากษายกฟ้อง ให้ไปดูสำนวนว่าขาดอะไร แต่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งต่อมามีสื่อแห่งหนึ่ง ไปเสนอข่าวว่าตนไม่มีอำนาจตรวจสอบสำนวน ตนยืนยันว่ามีอำนาจตามกฎหมาย ไม่เคยทำอะไรนอกกฎหมาย ถ้าไม่มีอำนาจก็ไม่กล้าทำ ให้สื่อดังกล่าวไปดูคำสั่งตร.และคำสั่งคสช.นี้ด้วย เวลาไปเสนอข่าวอะไรขอให้ดูด้วย มันเสียหาย ในส่วนของคดีอยู่ที่อัยการจะอุทธรณ์อย่างไร เมื่อไหร่ หากตำรวจมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ยื่นต่อพนักงานอัยการได้

เมื่อถามว่าในส่วนของสำนวนคดี จะมีการเรียก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ในฐานะอดีตผบก.ตำรวจท่องเที่ยว มาสอบถามเรื่องการทำสำนวนหรือไม่ รองผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ใช่เหตุ ถ้าคุยก็ต้องคุยกับพนักงานอัยการว่าต้องการพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนในการอุทธรณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องความเห็นไม่ตรงกันระหว่างท่านกับพล.ต.ต.นายหนึ่ง จะมีการพูดคุยเจรจากันหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเจรจา และตนก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่ย้าย ผกก.สน.พญาไท เพราะคนที่จะย้ายได้ต้องเป็นคนที่คุมนครบาล ตนคุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับตน ไม่ใช่อำนาจตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าว่า พล.ต.ต.ใหญ่กว่าพล.ต.อ.นั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่มี
“ผมยืนยันว่าไม่มีพล.ต.ต.มีบารมีกว่าพล.ต.อ. ถ้ามีมันก็ต้องไปกันข้างหนึ่ง ผมก็ไม่ทราบว่าพล.ต.ต.ที่นักข่าวพูดหมายถึงใคร พล.ต.ต.มีตั้งหลายคน และก็ไม่จำเป็นต้องไปคุย เรื่องนี้ไม่ลำบากใจ เจอกรณีแบบนี้ไม่ลำบากใจหรอก ผมเป็นแค่รองผบ.ตร.ทำตามคำสั่งผบ.ตร.ยืนยันว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ประเทศเสียหาย ผมไม่ถอยไม่ว่าคุณจะเป็นพล.ต.ต., พล.ต.ท.หรือพล.ต.อ. ถ้าทำประเทศชาติเสียหาย คนอย่างผมไม่ยอมถอย” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว

ทั้งนี้ คดีนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 25 ส.ค.60 ศาลอาญารัชดาฯอ่านคำพิพากษาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีตกก.บริษัท ไทยเฮิร์บฯ นางนิสาโรจน์รุ่งรังสี กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ ฯ บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ ฯ บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ฯ และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ ฯ นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จก. ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัท บ้านขนมทิพย์ ฯ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง

ขณะที่ มีรายงานว่า เวลา 16.00น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นการด่วน

นอกจากนี้มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ลงนาม คำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล1 (ศปก.บก.น.1) โดยให้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1(รองผบก.น.1) รักษาราชการแทน อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากหน้าที่เดิม ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่า สืบเนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสาน พ.ต.อ.นิวัฒน์ เพื่อขอดูสำนวนการสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ทั้งนี้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนดังกล่าวไม่ได้ควบคุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และคดีดังกล่าวทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตั้งคณะทำงานโดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จึงไม่นำสำนวนส่งมอบให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงนายดังกล่าวดูได้ จึงเป็นสาเหตุการออกคำสั่งย้ายดังกล่าว