"ศรีวราห์" ยันไม่เอี่ยวสั่งเด้ง "ผกก.สน.พญาไท" รับเรียกดูสำนวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญจริง ลั่นชน "พล.ต.ต." หากทำตัวใหญ่กว่าพล.ต.อ. และทำให้ชาติเสียหาย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 กันยายน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า เป็นนายตำรวจระดับสูงขอดูสำนวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญจากพ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท แต่ถูกปฏิเสธ จนนำมาสู่การเสนอโยกย้ายพ.ต.อ.นิติวัฒน์ ประจำศปก.บช.น. 1 เมื่อวานนี้ ว่า เรื่องนี้ตนได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ไปตรวจสอบสำนวนจริง ถึงผบ.ตร.ไม่มีคำสั่ง ตนก็มีอำนาจตามกฎหมายในการไปตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งผบ.ตร.ให้อำนาจไว้ตามคำสั่งตร.ที่ 872/2560 ประกอบกับคำสั่ง คสช.ที่ 817/2559 เกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ให้อำนาจในการตรวจสอบการทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคง
ยืนยันว่า ตนมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบคดี ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เรื่องนี้ ผบ.ตร. สั่งให้ตนไปตรวจสอบสำนวนหลังจากศาลพิพากษายกฟ้อง ให้ไปดูสำนวนว่าขาดอะไร แต่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งต่อมามีสื่อแห่งหนึ่ง ไปเสนอข่าวว่าตนไม่มีอำนาจตรวจสอบสำนวน ตนยืนยันว่ามีอำนาจตามกฎหมาย ไม่เคยทำอะไรนอกกฎหมาย ถ้าไม่มีอำนาจก็ไม่กล้าทำ ให้สื่อดังกล่าวไปดูคำสั่งตร.และคำสั่งคสช.นี้ด้วย เวลาไปเสนอข่าวอะไรขอให้ดูด้วย มันเสียหาย ในส่วนของคดีอยู่ที่อัยการจะอุทธรณ์อย่างไร เมื่อไหร่ หากตำรวจมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ยื่นต่อพนักงานอัยการได้
เมื่อถามว่าในส่วนของสำนวนคดี จะมีการเรียก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ในฐานะอดีตผบก.ตำรวจท่องเที่ยว มาสอบถามเรื่องการทำสำนวนหรือไม่ รองผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ใช่เหตุ ถ้าคุยก็ต้องคุยกับพนักงานอัยการว่าต้องการพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนในการอุทธรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องความเห็นไม่ตรงกันระหว่างท่านกับพล.ต.ต.นายหนึ่ง จะมีการพูดคุยเจรจากันหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเจรจา และตนก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่ย้าย ผกก.สน.พญาไท เพราะคนที่จะย้ายได้ต้องเป็นคนที่คุมนครบาล ตนคุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับตน ไม่ใช่อำนาจตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าว่า พล.ต.ต.ใหญ่กว่าพล.ต.อ.นั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่มี
“ผมยืนยันว่าไม่มีพล.ต.ต.มีบารมีกว่าพล.ต.อ. ถ้ามีมันก็ต้องไปกันข้างหนึ่ง ผมก็ไม่ทราบว่าพล.ต.ต.ที่นักข่าวพูดหมายถึงใคร พล.ต.ต.มีตั้งหลายคน และก็ไม่จำเป็นต้องไปคุย เรื่องนี้ไม่ลำบากใจ เจอกรณีแบบนี้ไม่ลำบากใจหรอก ผมเป็นแค่รองผบ.ตร.ทำตามคำสั่งผบ.ตร.ยืนยันว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ประเทศเสียหาย ผมไม่ถอยไม่ว่าคุณจะเป็นพล.ต.ต., พล.ต.ท.หรือพล.ต.อ. ถ้าทำประเทศชาติเสียหาย คนอย่างผมไม่ยอมถอย” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว
ทั้งนี้ คดีนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 25 ส.ค.60 ศาลอาญารัชดาฯอ่านคำพิพากษาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีตกก.บริษัท ไทยเฮิร์บฯ นางนิสาโรจน์รุ่งรังสี กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ ฯ บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ ฯ บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ฯ และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ ฯ นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จก. ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัท บ้านขนมทิพย์ ฯ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง
ขณะที่ มีรายงานว่า เวลา 16.00น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นการด่วน
นอกจากนี้มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ลงนาม คำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล1 (ศปก.บก.น.1) โดยให้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1(รองผบก.น.1) รักษาราชการแทน อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากหน้าที่เดิม ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่า สืบเนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสาน พ.ต.อ.นิวัฒน์ เพื่อขอดูสำนวนการสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ทั้งนี้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนดังกล่าวไม่ได้ควบคุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และคดีดังกล่าวทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตั้งคณะทำงานโดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จึงไม่นำสำนวนส่งมอบให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงนายดังกล่าวดูได้ จึงเป็นสาเหตุการออกคำสั่งย้ายดังกล่าว




