"ป.ป.ช." แถลงแจงปม อุทธรณ์ คดีสลายพันธมิตรฯ เฉพาะ "อดีต ผบช.น" เหตุคุมเหตุการณ์ รู้เห็นการยิงแก๊สน้ำตา จนคนเจ็บ-ตาย แต่ไม่ยับยั้ง เปลี่ยนแปลงวิธี
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. แถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่พิจารณาอุทธรณ์คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ จำเลยที่ 1 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ จำเลยที่ 2 พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. จำเลยที่ 3 พลตำรวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น.จำเลยที่ 4 กรณีจำเลยทั้งหมดสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่กำลังชุมนุมในพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน บริเวณ ถนนพิชัย บริเวณถนนสุโขทัย บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และบริเวณใกล้เคียงในท้องที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยใช้อาวุธร้ายแรงปราบปรามประชาชนเป็นเหตุให้ประชาชนที่กำลังชุมนุมถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 - 7 ตุลาคม 2551 ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ 7 ต่อ1 เห็นด้วยกับคำพิพากษายกฟ้องของศาลฎีกาฯ สำหรับนายสมชาย พล.อ.ชวลิต และพล.ต.อ.พัชรวาท โดยมีผู้งดออกเสียง1เสียง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติ 8 ต่อ 0 โดยมีผู้งดออกเสียง1เสียง ไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษายกฟ้องพล.ต.ท.สุชาติ ของศาลฎีกาฯ เนื่องจาก พล.ต.ท.สุชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีอำนาจหน้าที่สั่งการและบังคับบัญชาข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามแผนรักษาการความสงบ (กรกฎ/48) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีอำนาจหน้าที่สั่งการและบังคับบัญชานายตำรวจอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม โดยในการทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.สุชาติ ย่อมทราบถึงสถานการณ์การใช้แก๊สน้ำตาโดยตลอดช่วงเวลาการสลายการชุมนุม ตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาพลบค่ำขณะรักษาความปลอดภัยให้แก่กองบัญชาการตำรวจนครบาลอันเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ โดยเป็นผู้สั่งการหรือรู้เห็นยินยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับรองลงไปสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติยิงหรือขว้างระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งที่พล.ต.ท.สุชาติ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สมควรประเมินสถานการณ์และระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพื่อบรรเทาหรือป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ชุมนุมเพิ่มเติม การที่พล.ต.ท.สุชาติ ไม่ได้มีคำสั่งระงับยับยั้งหรือปรับเปลี่ยนวิธีการใช้แก๊สน้ำตาต่อผู้ชุมนุม จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
"ที่ประชุมจึงมีมติให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ เฉพาะจำเลยที่ 4 ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองมีคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามมาตรา 195วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อไป" นายสุรศักดิ์ กล่าว




