นักวิชาการอิสระ แฉ! "ยิ่งลักษณ์" โพสต์เฟสบุ๊คถึงมวลชน ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว
นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระด้านกฎหมายและการเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่าป่วยมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ศาลได้พิจารณาแล้วมีพฤติกรรมหลบหนี จึงออกหมายจับและริบเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาท ในเรื่องดังกล่าวนี้การคิดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ เรื่องของการเจรจาต่อรอง เรื่องการตกลงผลประโยชน์ที่เป็นกลางทั้งหมดแล้วถ้าตกลงกันได้ ก็ไม่น่าที่จะมีปัญหา เชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมามีการเจรจามาอย่างต่อเนื่องแต่การเจรจาอาจจะไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร
ส่วนเรื่องมีอาการป่วยหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจว่ามีอาการป่วยหรือไม่ เนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดง ศาลจึงพิจารณาว่ามีพฤติกรรมหลบหนี จึงได้ออกหมายจับและริบเงินประกันทันที ถือว่าไม่ได้เร็วเกินไปที่ศาลออกหมายจับ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามหลักกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการหลบหนีนั้น เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่อาจจะกลับมาฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายนก็เป็นได้
ส่วนการที่ไม่มาฟังคำพิพากษานั้น จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ที่อดีตนายกรัฐมนตรี มีการโพสต์เฟซบุ๊ก สรุปข้อความถึงมวลชนว่าไม่ได้เดินทางเข้ามาที่กรุงเทพฯ ให้ติดตามข่าวอยู่ที่บ้าน อาจจะเป็นการส่งสัญญาณแล้วก็เป็นได้ ว่าไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว ซึ่งการที่ไม่ได้มาฟังคำพิพากษานั้น อาจจะส่งผลทางจิตใจต่อมวลชนที่มาให้กำลังใจบ้างเล็กน้อย เพราะส่วนใหญ่ที่เดินทางมาต่างมาให้กำลังใจ และมีความรักศรัทธาในตัวอดีตนายกรัฐมนตรีทำให้มวลชนที่มาให้กำลังใจอาจจะผิดหวังบ้างเล็กน้อย แต่ยังคงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่
การที่อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ฟังคำพิพากษาจะเป็นไปตามแนวทางของ คสช. ที่อยากให้หนีอยู่แล้ว เนื่องจากรัฐบาล คสช.เข้ามาเพื่อปราบปรามระบบคอรัปชั่น ที่ผ่านมาฝ่ายคสช.ออกมาพูดอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าไม่ผิดจะหนีทำไม แต่หากอยู่รอฟังคำพิพากษาฟังผล ซึ่งผลที่จะออกมาไม่ว่าจะติดคุกหรือไม่ ก็มีผลกระทบทั้งสิ้น หากตัดสินยกฟ้องฝ่ายที่ไม่ชอบอดีตนายกรัฐมนตรีก็จะมีการเคลื่อนไหว หากผลตัดสินออกมาให้รับโทษ เชื่อว่าฝ่ายที่เชียร์อยู่ก็จะต้องออกมาเคลื่อนไหวไม่พอใจ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีไปจึงเข้าทางคสช. สามารถรับมือกับทั้งสองฝ่ายได้ง่ายขึ้น การเคลื่อนไหวจะน้อยลง เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจหนี
ในระหว่างที่กำลังติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่นั้น ทางคสช.ยังได้เปรียบทางการเมือง แต่หลังจากนี้อาจจะต้องเผชิญกับข่าวลือต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายจะคิดออกมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย เช่น อาจมีการสร้างความปั่นป่วนว่า ต้องหนี ถ้าไม่หนีจะตาย และจะมีกระแสข่าวออกมาอีกหลากหลาย เพื่อลดความน่าเชื่อถือของ คสช. เชื่อว่าอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งทาง คสช.จะต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เรื่องนี้ไว้ด้วย
ในความคิดเห็นส่วนตัวการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ควรที่จะหนีออกไปต่างประเทศ น่าจะต่อสู้ในประเทศไทย ถึงแม้จะใช้เวลานานมาก และการหนีออกไปสู้ในต่างประเทศเป็นเรื่องที่ยากกว่าที่จะติดคุกแล้วต่อสู้ในประเทศไทยที่จะมีโอกาสมากกว่า เพราะยังมีมวลชนที่คอยจับตาดูอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นอกจากนั้นเชื่อว่าหากติดคุก จะมีมวลชนไปเฝ้าอยู่บริเวณเรือนจำไม่น้อยกว่าวันละ 3,000 -4,000 คน สำนักข่าวแต่ละแห่ง ต้องเฝ้าติดตามข่าวออกมาเป็นรายวันเพื่อให้มวลชนได้รับทราบความคืบหน้าตลอดเวลา และสิ่งสำคัญคือ ยังมีโอกาสได้อยู่ในประเทศไทย




