วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราชบุรีฯคาดปีนี้กำลังผลิตทะลุเป้า 7,500 เมกะวัตต์

"ราชบุรีโฮลดิ้ง" คาดปีนี้กำลังผลิตทะลุเป้าหมาย 7,500 เมกะวัตต์ หลังครึ่งปีแรกมีกำลังผลิตในมือแล้ว 7,373 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจใหม่

นายกิจจา ศรีพัฑางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ากำลังการผลิตในปีนี้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 7,500 เมกะวัตต์ หลังครึ่งปีแรก บริษัทมีกำลังผลิต 7,373 เมกะวัตต์ จาปัจจัยสนับสนุนการลงทุนใหม่ 3 โครงการ คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู, โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau อินโดนีเซีย และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ในออสเตรเลีย รวมกำลังผลิตตามการถือหุ้น 360 เมกะวัตต์เทียบเท่า รวมถึง บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาโครงการทั้งในและต่างประเทศ 1,002 เมกะวัตต์ ซึ่งบางโครงการคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

ส่วนแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นเพิ่มกำลังผลิตจากการลงทุนใหม่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า พลังงานทดแทน โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจอื่นนอกภาคพลังงานและไฟฟ้า โดยเป้าหมายการลงทุนครอบคลุมประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังรักษาการเติบโตของรายได้จากการบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสา ในลาว ซึ่งปีนี้กำหนดค่าความพร้อมจ่ายเทียบเท่า ไว้ที่ประมาณ 80%

นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก 4 แห่ง กำลังการผลิตรวม 517 เมกะวัตต์ให้คืบหน้าได้ตามแผน โดยโรงไฟฟ้าพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ กำลังผลิตตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2561

ขณะที่โครงการพลังงานน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ในลาว กำลังการผลิตตามการถือหุ้น 102.5 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562 เช่นเดียวกับโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ราชบุรี และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเชงกัง ระยะที่ 2 ที่จีน ที่คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาริชย์ได้ในปี 2564

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.มิ.ย.) บริษัทมีรายได้ 23,123.98 ล้านบาท หากไม่รวมค่าเชื้อเพลิงจากบริษัทย่อย รายได้รวมมีทั้งสิ้น 7,958.88 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและสัญญาทางการเงินมีสัดส่วน 71.6% ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้ามีสัดส่วน 24% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าหงสา ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมมีทั้งสิ้น 19,911.97 ล้านบาท ลดลง 18%