วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทนายแสบฉ้อโกง 'น้องบีม' อ้างรับเงินมาแค่ 4 ล้าน

"พล.ต.ท.ศานิตย์" แถลงจับ "ทนายแสบ" ฉ้อโกงเงินค่าสินไหมทดแทน "น้องบีม" อ้างรับเงินมาแค่ 4 ล้าน หักค่าจ้างว่าความ 5 แสน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.บางยี่ขัน นำตัว น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี พร้อมด้วย ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง อายุ 14 ปี ผู้เสียหายจากคดีรถยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี พ.ศ.2548 ก่อนถูก นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อายุ 59 ปี กับพวกยักยอกเงินเยียวยาไป จำนวน 5 ล้านบาท เข้าชี้ตัวนายพิสิษฐ์ ผู้ต้องหา และ น.ส.ฐิตาภา หรือภัทรวดี สวัสดี อายุ 39 ปี เพื่อนสาวคนสนิท ซึ่งถูกฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน และ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.7 จับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดย น.ส.พรทิพย์ สามารถจดจำและชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้อย่างแม่นยำ

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.50 น.วันที่ 17 ก.ค. ตำรวจชุดจับกุมซึ่งเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ นายพิสิษฐ์ มาโดยตลอด และทราบว่า นายพิสิษฐ์ และ น.ส.ฐิตาภา เพื่อนสาวคนสนิทกำลังเก็บข้าวของออกจากที่พักย่านศรีนครินทร์ เพื่อมุ่งหน้าไปแหล่งกบดานใหม่ที่อาคารซื่อตรงคอนโด ถนนรามอินทรา ซอย 125 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงทำการสะกดรอยติดตามไปจนพบตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ชุดจับกุมจึงนำหมายจับเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้ที่คอนโดมิเนียมดังกล่าว

จากการสอบถามนายพิสิษฐ์ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่อ้างว่าไม่ได้ยักยอกเงินทั้งหมดไปแต่อย่างใด โดยอ้างว่า หลังจากรับเช็คค่าสินไหมและเยียวยาจากบริษัทประกันภัยมาแล้ว จำนวน 4 ล้านบาท นายพิสิษฐ์ ยอมรับว่า ได้หักค่าจ้างดำเนินการไปเพียง 5 แสนบาทเท่านั้น ส่วนเช็คใบละ 1 แสนบาท จำนวน 35 ใบ ที่สั่งจ่ายล่วงหน้ามาให้ผู้เสียหาย อยู่กับ น.ส.พรปวีณ์ ชูแก้ว เพื่อนสาวคนสนิทอีกคน ซึ่งขณะนี้ถูกอายัดตัวเนื่องจากโดนจับกุมในคดียาเสพติดถูกคุมขังอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดชุมพร ไปแล้วก่อนหน้านี้

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณทีมงานตำรวจชุดจับกุมที่เฝ้าตามตัวนายพิสิษฐ์ มาโดยตลอด และขอขอบคุณสำนักงานอัยการสูงสุดด้วยที่ประสานงานให้จนสามารถขออนุมัติหมายจับทำให้ตำรวจทำงานง่ายขึ้น โดยก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้อนุมัติหมายจับ นายพิสิษฐ์ เลขที่ 298/2560 ลงวันที่ 11 ก.ค.60 ข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกโดยเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน เป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

ส่วน น.ส.พรปวีณ์ ถูกออกหมายจับเลขที่ 299/2560 ลงวันที่ 11 ก.ค. ในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และผู้สนับสนุนยักยอกโดยเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน เป็นผู้มีอาชีพอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน สำหรับ น.ส.ฐิตาภา ที่ถูกจับกุมตัวได้พร้อม นายพิสิษฐ์ นั้น ถูกศาลออกหมายจับเลขที่ 300/2560 ลงวันที่ 11 ก.ค. ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงและผู้สนับสนุนยักยอกโดยเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน เป็นผู้มีอาชีพอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน หลังจากนี้จะดำเนินการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือ นายพิสิษฐ์ และ น.ส.ฐิตาภา แบบลงลึกต่อไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

"ตนไม่อยากให้ผู้เสียหาย คาดหวังว่าจะนำเงินที่ควรจะได้คืนจากการยึดทรัพย์จากผู้ต้องหาไปขายทอดตลาดในเวลานี้ เพราะไม่ใช่จะติดตามกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นตนจึงนำเงินจำนวนเล็กน้อยมามอบให้เพื่อเยียวยาในเบื้องต้น และขอฝากให้ประชาชนมอบความช่วยเหลือให้ น้องบีม เด็กหญิงพิการที่กำพร้าพ่อรายนี้ด้วย ส่วนการดำเนินคดี กับ นายพิสิษฐ์ และพวกนั้น ตนเชื่อว่า นายพิสิษฐ์ อาจจะเคยใช้ความเป็นนักกฎหมายไปก่อคดีทำนองนี้อีก หากประชาชนท่านใดเคยตกเป็นเหยื่อขอให้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์อายัดคดีเพิ่มเติมได้ที่ สน.บางยี่ขัน แต่ที่แน่ๆ คือหลังจากนี้ นายพิสิษฐ์ จะไปประกอบอาชีพเดิมหรือทำแบบเดิมกับเหยื่อไม่ได้อีก เพราะนอกจากจะถูกจับกุมเป็นผู้ต้องหาแล้ว ขณะยังถูกลบชื่อจากการเป็นทนายความไปเป็นที่เรียบร้อย" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.พรทิพย์ กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจ สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือตน หลังจากนี้หากมีโอกาสได้พบ พี่ต้อม หรือ นายพิสิษฐ์ ตนก็อยากถามเจ้าตัวว่า ก่อนหน้านี้ที่เคยบอกตนจะช่วยเหลือกันเต็มที่ อยากรู้จริงๆ ว่าการช่วยเป็นอย่างที่เขาทำกันแบบนี้หรือ

ด้าน ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ยังมีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวเช่นเดิม โดยหลังจากนี้หากท่านใดมีจิตศรัทธา สามารถช่วยเหลือตนได้ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสรัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ เลขที่ 582-2-07952-2