วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

สินเชื่อที่เติบโตอย่างรวดเร็วนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันหนุนให้เราปรับเพิ่มประมาณการ

ประเด็นการลงทุน

KKP รายงานสินเชื่อเติบโต 3.7% ในห้าเดือนแรกของปี 2560 เติบโตเร็วกว่าคาดมาก เรามองว่ามีโอกาสที่สินเชื่อของ KPP จะเติบโตมากกว่าประมาณการปี 2560 ของเราที่ 5% ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการสินเชื่อเติบโตของ KKP ขึ้นจาก 5% มาอยู่ที่ 8% สำหรับปี 2560 และจาก 5% มาอยู่ที่ 6% สำหรับปี 2561 อีกทั้งการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ปี 2560
ของ KKP มีโอกาสน้อยกว่าประมาณการของเราที่ 2.2 พันล้านบาท – ธนาคารตั้งสำรองฯ เพียง 167 ล้านบาทในไตรมาส 1/60 (คุณภาพสินทรัพย์ของทั้งลูกค้ารายย่อยที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบรรษัทดีขึ้น) เราได้ปรับประมาณการกำไรเติบโตของ KKP ขึ้น 3.3% สำหรับปี 2560 มาอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท และปรับเพิ่ม 3% สำหรับปี 2561 มาอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนสินเชื่อห้าเดือนแรกที่เติบโตแข็งแกร่ง เราคาดธนาคารจะประกาศเงินปันผล 8.3% ในปี 2560 ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม ธนาคาร เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2560 ขึ้นเป็น 85 บาท (จากเดิม 78 บาท) คิดจาก PBV ปี 2560 ที่ 1.7 เท่า

มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ให้อัตรากำไรสูง

ในปีนี้ KKP ยังคงมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อย และ SMEs ขนาดเล็ก; ทั้งสองกลุ่มนี้ให้กำไรมากกว่าการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เรายังคงประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2560 อย่างอนุรักษ์นิยมที่ 4.4% - ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารที่ 4.7-4.9% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 ที่ 4.8% - เนื่องจากเราคาดการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจะรุนแรงขึ้น กอปรกับเราคาดว่า KKP จะมีกำไรจากมีการปรับโครงสร้างหนี้ลดลงจากปีก่อน หาก KKP สามารถบรรลุเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ กำไรปี 2560 จะมากกว่าประมาณการใหม่ของเรามาก


สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง; มีโอกาสที่การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ จะน้อยลงด้วย

ณ สิ้นเดือน มี.ค. อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารอยู่ที่ 110% และสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 5.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 162% และ 2.6% ตามลำดับ KKP เชื่อว่าพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่ของกิจการส่วนมากมีสินทรัพย์ค้ำประกันสูงกว่า ดังนั้นธนาคารจึงไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองฯ มากเท่ากับธนาคารอื่นๆ (โดยปกติธนาคารไม่ได้ทำธุรกรรมทางการเงินเทรดไฟแนนซ์) ทั้งนี้เรายังประเมินการตั้งสำรองฯ อย่างอนุรักษ์นิยมเท่าเดิมที่ 2.2 พันล้านบาทในปี 2560 และ 2.3 พันล้านบาท ในปี 2561 (ธนาคารตั้งที่ 2.3 พันล้านบาทในปี 2559) และเราคาดธนาคารจะปรับลดสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลงเป็น 5.2% ปลายปี 2560

คาดกำไรไตรมาส 2/60 เติบโต 11% YoY

เราคาด KKP จะรายงานกำไรไตรมาส 2/60 ที่ 1.44 พันล้านบาท สูงขึ้น 11% YoY หนุนโดยสินเชื่อเติบโตและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลงประมาณการของเราคาดว่าสินเชื่อเติบโต 4% YoY และ 2% QoQ นำโดยกลุ่มลูกค้ารายย่อยและ SMEs ขนาดเล็ก ขณะที่เราประเมินการตั้งสำรองฯ ในไตรมาสนี้ที่ 300 ล้านบาท ลดลง 51% YoY และประเมินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 2/60 ที่ 4.75% ลดลงเล็กน้อย YoY แต่สูงขึ้น 8bps QoQ หนุนโดยสินเชื่อเติบโตมากขึ้น