"ผบก.รฟ." เรียกสอบพยาน 3 ปาก เหตุสาวท้อง 6 เดือน พลัดตกรางจนถูกรถไฟฟ้าทับเสียชีวิต แต่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ยังไม่แจ้งข้อหาคนขับเหตุไม่เข้าข่ายประมาท
จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 31 ปี หญิงตั้งครรภ์ 6 เดือน ซึ่งพลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีบ้านทับช้าง จนถูกรถไฟทับเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 มิถุนายน ที่กองบังคับการตำรวจรถไฟ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.รฟ. แถลงความคืบหน้าในส่วนของการเรียกพยานมาสอบปากคำ และการตรวจสอบสภาพแวดล้อม กล้องวงจรปิด เพื่อประกอบสำนวนคดี พร้อมกล่าวว่า จากการสอบปากคำสามีของผู้ตาย ให้การว่า ตนและภรรยาอาศัยอยู่ที่บ้านพักย่านบ้านทับช้าง โดยในการเดินทางไปทำงานของภรรยาที่บริษัทย่านสาทร ก็จะใช้บริการการเดินทางโดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีบ้านทับช้างเป็นประจำทุกวัน โดยช่วงก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์มาส่งภรรยา และไม่ได้มีเรื่องทะเลาะ หรือมีปากเสียงกันแต่อย่างใด แต่ภรรยามีอาการวูบหน้ามืดบ่อยครั้ง และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า เบื้องตนทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานไปแล้ว 6 คน คือ พนักงานรักษาความปลอดภัย 3 คน พนักงานขับรถไฟ 1 คน พยานผู้เห็นเหตุการณ์ 1 คน และสามีผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งจาการสอบสวนนายสุธี อินทาราม พนักงานขับรถไฟ ให้การว่า ตนเป็นพนักงานขับรถขบวนดังกล่าว มาจากสถานีสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะนำขบวนรถไปเข้าโรงเก็บที่สถานีมักกะสัน ซึ่งก่อนที่จะถึงสถานีบ้านทับช้างประมาณ 100 เมตร มีสัญญาณเตือนให้หยุดรถ แต่เนื่องจากขับมาด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงประกอบกับระยะทางไม่เพียงพอต่อการหยุดรถ ส่วนการสอบปากคำบุคคลอื่นให้การตรงกัน พบว่าผู้เสียชีวิตยืนรอรถไฟอยู่หลังเส้นปลอดภัย ก่อนจะมีการเซ และเป็นลมตกลงไปในรางจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พยายามกดปุ่มฉุกเฉินและเป่านกหวีด ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน โดยขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ กับคนขับ เพราะยังไม่เข้าข่ายกระทำการโดยประมาท
พล.ต.ต.สุระพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ให้ข้อมูลว่า พบผู้เสียชีวิตร้องไห้ก่อนเกิดเหตุนั่น ทางตำรวจยังไม่พบกระแสนี้ แต่ขอให้บุคคลดังกล่าวติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับทางตำรวจรถไฟโดยด่วน ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะที่สามีมาส่งผู้เสียชีวิตนั้น ไม่พบว่ามีปากคำหรือลักษณะท่าทางที่เป็นการบ่งบอกว่าทะเลาะกันแต่อย่างใด และผู้ตายก็เดินขึ้นบันใดเลื่อนเพื่อไปรอรถไฟตามปกติ ก่อนที่จะเกิดเหตุ
ในส่วนของการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับบริษัทรถไฟไทยนั้น ยังไม่เข้าข่ายในข้อหาการกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพราะตามกฎหมายรถไฟมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า รางรถไฟเป็นเขตพื้นที่การเดินรถของรถไฟ ซึ่งหากมีเหตุการณ์การใดๆที่เกิดขึ้น เช่น การเสียชีวิตในรางรถไฟนั้น หากญาติผู้เสียชีวิตจะร้องขอความรับผิดชอบจาก บ.รถไฟ และการจะทำให้รถไฟจะเข้าข่ายความผิดอาญานั้น ก็ต้องรอความชัดเจนของหลักฐาน และผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และผลตรวจสอบระบบการทำงานของรถไฟ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ จึงจะสามารถสรุปสำนวนได้





