"ป.ป.ช." ชี้มูล "น.อ.อัชฌบูรณ์" เบียดบังน้ำมัน "เรือหลวงสิมิลัน" ไปเป็นประโยชน์ตัวเอง เสียหาย 4.3 ล้าน
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูล นาวาเอกอัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการเรือหลวงสิมิลันกับพวก กรณีเบียดบังน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วของเรือหลวงสิมิลันไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หรือยอมให้ผู้อื่นเอาน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไป เป็นเหตุให้น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วของเรือหลวงสิมิลันขาดบัญชีจำนวน 305.294 กิโลลิตร คิดเป็นเงินจำนวน 4,350,439.50 บาท โดยจากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นาวาเอกอัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็วจากถังระวางบรรทุกหลายกรณี ได้แก่ จ่ายไปยังแผนกอื่น จ่ายเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลประจำเรือ จ่ายให้การสนับสนุนเรืออื่น จ่ายให้หน่วยงานอื่นในสังกัดกองทัพเรือ หน่วยงานอื่นนอกสังกัด และจ่ายสนับสนุนนักกีฬาในการฝึกซ้อม โดยไม่มีอำนาจ และรายงานสถานภาพน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังในถังระวางบรรทุกเป็นเท็จ ทั้งที่ทราบว่าสถานภาพน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังที่แท้จริงมีจำนวนน้อยกว่าที่รายงาน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงมีมติว่านาวาเอกอัชฌบูรณ์ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ-ทำ-จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157


