เปิดข้อมูลร้านสุดหรู 'โอโซนฯ' แหล่งนัดพบคนวงการสีเทา
หลังจาก น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี ที่ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน หลบไปอยู่เขต จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วได้ไปสมัครงานที่ร้านโอโซน คาราโอเกะ แอนด์สปาร์ พร้อมกับหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ดังกล่าวก่อนหลบหนีไปซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งไทยและเมียนมากำลังติดตามตัวอยู่ขณะนี้
สำหรับร้านคาราโอเกะแห่งนี้ แหล่งข่าวชายแดนเปิดเผยว่า พื้นที่ตึกแถวที่เปิดเป็นร้านคาราโอเกะแห่งนี้ ห่างจากสะพานมิตภาพไทยเมียนมา 4 กิโลเมตร มีเจ้าของชื่อนายหลง โดยเปิดให้เช่าเปิดสถานบริการเดือนละ 180,000 บาท ช่วงแรกโดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวว้าแดงดูแลกิจการเดิมชื่อว่า ‘สตาร์แทรค คาราโอเกะ’ แต่ช่วงหลังประสบปัญหาขาดทุน
จึงขายกิจการให้ชาวไทยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และเปิดเป็นร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะ ซึ่งถือว่าเป็นสถานบันเทิงแบบครบวงจร โดยมีนายศุภเกษม หรือเก๋ เป็นเจ้าของร้าน โดยนำสาวงามจากทั่วประเทศไทยเข้าไปเป็นพนักงาน ให้บริการนักทอ่งเที่ยวยามราตรี ในฝั่งท่าขี้เหล็ก ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามและหรูหรา มีลิฟต์แก้วไว้คอยให้บริการลูกค้า ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีการใช้จ่ายสูง
มีรายงานจากแหล่งข่าวอีกว่า สถานที่แห่งนี้มีการแฝงการขายบริการ ซึ่งมีหญิงไทยมาให้บริการในราคาตั้งแต่ 10,000 -20,000 บาทหรือไม่ และมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทีมีเงินทุนหนามาใช้บริการบ่อยครั้ง และเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่ และเป็นแหล่งนัดพบของกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้เกิดเหตุการณ์ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้หลบหนีมาพักพิงที่นี่แล้ว ทำให้ร้านคาโอเกะแห่งนี้ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด




