วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นวิ่งเต้นล้มคดีรถหรู160คัน จ่อชงม.44รีดภาษีหมื่นล้าน

บริษัทนำเข้ารถหรูเสียหายหนัก บุกพบ "อธิบดีดีเอสไอ" หวังชี้แจง ด้าน "แหล่งข่าว" เผยหวั่นวิ่งเต้นล้มคดีรถหรู160คัน จ่อชงใช้ม.44 รีดภาษีเข้ารัฐมูลค่าหมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.60 แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (31 พ.ค.) ตัวแทนนำข้ารถยนต์ซุปเปอร์คาร์และรถยนต์หรูแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับสิทธิ์เป็นผู้นำเข้าของประเทศไทย ติดต่อขอเข้าพบพ.ต.อไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อชี้แจงว่า รถยนต์ส่วนใหญ่ในจำนวนที่ถูกอายัดไว้ 160 คัน ไม่ใช่รถจำนวน 42 คันที่ถูกโจรกรรมจากอังกฤษ แต่เป็นรถต้องสงสัยว่าสำแดงใบวินวอยซ์เท็จเพื่อให้มีราคาซื้อขายต่ำกว่าความเป็นจริง

เบื้องต้นผู้ประกอบการชี้แจงว่า บริษัทนำเข้ารถยนต์จากประเทศสิงคโปร์ ทำให้ไม่ทราบราคาที่แท้จริงจากประเทศอังกฤษ อิตาลี และญี่ปุ่น หลังจากรถถูกอายัดรายการสั่งซื้อรถยนต์หรูถูกลูกค้าสั่งยกเลิกทั้งหมด ธนาคารและสถาบันการเงินก็ยกเลิกการปล่อยสินเชื่อ เงินประกันที่วางไว้ที่กรมศุลกากรนับ 100 ล้านบาทก็ไม่ได้รับคืน ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหายหนัก

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า เบื้องต้นดีเอสไออาจเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 กำหนดให้มีการเรียกเก็บภาษีที่ชำระไว้ขาดในลักษณะเหมาจ่าย เพื่อให้รัฐได้เงินภาษีนับหมื่นล้านบาทที่สูญหายไปจากระบบกลับคืนมา ทั้งนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการรวมตัวไปวิ่งเต้นกดด้นหรือล้มคดี

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า สำหรับขบวนการนำเข้ารถแบบสำแดงเท็จของกลุ่มเกรย์มาร์เก็ต เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ากลุ่มเกรย์มารเก็ตจะทำใบอินวอยซ์ปลอมเพื่อนำมาสำแดงในราคาต่ำ แล้วส่งรถจากอังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลีตรงถึงประเทศไทย

ดังนั้นหลังจากปี 2554 กลุ่มผู้ประกอบการจึงไปตั้งบริษัทอยู่ในประเทศสิงคโปร์ หลังสั่งซื้อรถจะไม่นำใบอินวอยซ์จากประเทศต้นทางมาสำแดง. แต่จะแยกทำใบอินวอยซ์เป็น 2 ใบ ใบแรกเป็นค่ารถยนต์กับใบที่ 2 เป็นค่าอะไหล่และส่วนควบ จากนั้นจะนำใบอินวอยซ์ค่ารถยนต์มาสำแดงเพียงใบเดียว ซึ่งจะทำให้ราคารถยนต์ต่ำกว่าราคาขายจริง 50-60 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรถยนต์จะถูกส่งจากประเทศต้นทางมายังไทยโดยไม่ผ่านสิงคโปร์ มีเพียงการทำเอกสารใบอินวอยซ์เท่านั้นที่ออกมาจากสิงค์โปร์