วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลเมืองดีถูกจี้ ที่แท้แค่เรื่องโกหก!!

โอละพ่อ!! พลเมืองดีช่วย 2 หนุ่มรถเสีย ถูกมีดจี้ชิงทรัพย์ ที่แท้แต่งเรื่องโกหกเพื่อต้องการเรียกความสงสาร

จากกรณีที นายณัฐวุฒิ เจียกสูงเนิน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/12 หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูก 2 คนร้าย ที่เดินจูงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า MSX สีเหลืองท่อคู่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทำทีเป็นรถเสีย ร้องขอความช่วยเหลือ ที่บริเวณริมถนนสาย นิคมปิ่นทอง 2 และใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงที่บริเวณด้านหลัง จำนวน 2 แผล ซึ่งลึกประมาณ 2.5 ซม.ก่อนจะชิงเอาเงินจำนวน 14,000 บาท หลบหนีไปนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าคดี ที่ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.หนองขาม ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปรีชา สัมฤทธิ์ ผกก.สอบสวนปฏิบัติการหนองขาม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่บริเวณริมที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เพื่อดูเส้นทางการเดินทางของผู้เสียหาย และได้เชิญตัว นายณัฐวุฒิ เจียกสูงเนิน ผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามรายทางในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบข้อสงสัยหลายประการ จึงขอสอบปากคำผู้เสียหายให้แน่ชัดก่อน

ด้าน พ.ต.อ.ชนพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าทางคดีดังกล่าว ล่าสุดได้ดำเนินการสอบปากคำ จากหลายฝ่ายหลายหน่วยแล้ว ซึ่งพบว่าผิดปกติและมีข้อพิรุธ ที่ขัดแย้งกันอยู่หลายประเด็น ทั้งในเรื่องที่เกิดเหตุ และบุคคลที่เข้ามาก่อเหตุ ในขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายณัฐวุฒิ มาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง สุดท้ายนายณัฐวุฒิ ยอมรับสารภาพว่าได้กุเรื่องที่ถูกโจร 2 หนุ่มปล้นชิงเงินแล้วใช้มีดปลายแหลมแทงด้านหลัง แล้วแกล้งทำเป็นพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือแล้วถูกชิงเงินสดไป เนื่องจากตนได้โทรศัพท์นัด 2 หนุ่มดังกล่าวมาซื้อขายปืนกันในบริเวณจุดนั้น แต่ในขณะเดียวกันทั้ง 2 คน ไม่ได้นำปืนมาอย่างที่คิดไว้ และพยายามแย่งเงินสดจำนวน 14,000 บาทไป จนเป็นเหตุให้นายณัฐวุฒิ ถูกแทงดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่เลือกที่วิธีใช้นี้และโกหกว่าถูกโจร 2 หนุ่มปล้นนั้น เพื่อต้องการเรียกความสงสารและให้ทุกคนเห็นใจ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำนายณัฐวุฒิ อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีแจ้งความเท็จตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้ต้องหาไม่ประสงค์ที่จะให้ตำรวจแถลงข่าวในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งทางตำรวจก็จะได้ติดตามผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนซึ่งรู้ตัวแล้วว่าเป็นใครมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังฝากเตือนภัยกับประชาชนทั่วไปในกรณีนี้ว่า การที่มีผู้เดือดร้อนโบกรถเรียกเราให้เข้าไปช่วยเหลือในที่เปลี่ยวที่เข้าไปในซอยเปลี่ยวที่ห่างจากถนนเกือบร้อยเมตร มันเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อการถูกก่อเหตุ ซึ่งการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเราเองด้วยเช่นกัน