"องอาจ" ค้านข้อเสนอใช้ "ม.44" ออกกฎหมายปฏิรูปประเทศ 36 ฉบับ ชี้ควรปล่อยให้เกิดขึ้นตามที่ควรจะเป็น
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ สปท. เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ 36 ฉบับว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะใช้มาตรา 44 เพื่อออกกฎหมายปฏิรูปด้วยเหตุผลที่ว่าหากดำเนินตามขั้นตอนปกติ กฎหมายจะออกมาบังคับใช้ไม่ทันภายในปี 2560 เพราะ สนช. มีภาระงานล้นมือ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้การใช้มาตรา 44 เร่งออกกฎหมายอาจจะทำให้ได้กฎหมายที่ไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอ ไม่ได้ผ่านกระบวนการของการฟังความคิดเห็นที่หลากหลายรอบด้านจากสังคมเท่าที่ควร และจะเป็นกฎหมายที่ไม่ได้รับการยอมรับเพราะไม่ได้เป็นกฎหมายที่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องเหมาะสม
นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็บัญญัติให้มีคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อกำหนดแผนและขั้นตอนการปฏิรูปต่างๆ ควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติเข้ามาดำเนินการสานต่อไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติจะดีกว่า ตนเข้าใจว่าทาง สปท. คงอยากสร้างผลงานว่ามีผลงานการปฏิรูปเยอะๆ แต่ผลงานเยอะๆ ที่ไม่ถูกที่ถูกเวลาไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร ยิ่งพยายามใช้มาตรา 44 ทำกฎหมายปฏิรูปก็พอมองเห็นหนทางข้างหน้าได้ว่าจะปฏิรูปได้จริงหรือไม่ อย่างไร ควรปล่อยให้กฎหมายปฏิรูปเกิดขึ้นตามครรลองที่ควรจะเป็นตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญน่าจะเหมาะสมกว่า
ขณะที่นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายที่กล่าวว่าขณะนี้มีรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว และก็มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมา ดังนั้น สปท.ทำงานได้แค่ไหนก็แค่นั้น และก็ควรจะให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ตั้งใหม่นี้เขาไปคิดต่อบ้าง การใช้มาตรา 44 ออกกฎหมายที่เดียวทั้ง 36 ฉบับ อาจจะทำให้เกิดความไม่รอบคอบและอาจจะขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้มีกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมา





