"สื่อมวลชน" ยื่นจี้ถอนร่างกฎหมายคุมสื่อ ชี้ขัดรธน.แม้ตัดเรื่องใบอนุญาตประกอบอาชีพ สร้างปมขัดแย้งเชิงอำนาจกับตัวแทนรัฐ "อลงกรณ์" แจงไม่มีธงนำจากรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ตัวแทนองค์กรสื่อมวลน นำโดย นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร โฆษกสมาคมนักข่าวฯ, นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ พร้อมด้วยตัวแทนนักข่าวประจำรัฐสภา ยื่นหนังสือถึงสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผ่านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่1 เพื่อคัดค้านและขอให้ยกเลิกการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนในที่ประชุมสปท. วันนี้
โดยนายปราเมศ ย้ำว่า ร่างเนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าวแม้กรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนระบุว่าจะแก้ไขในเนื้อหาบางประเด็น อาทิ การมีอำนาจ อนุญาตหรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ และตัดส่วนของบทลงโทษสื่อมวลชนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ในเนื้อหาของร่างกฎหมายยังมีประเด็นที่เข้าข่ายการแทรกแซงและเหมารวมการบังคับใช้ที่ขัดต่อสิทธิพื้นฐานและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ คำนิยาม ว่าด้วยผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน, การให้อำนาจสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ มีอำนาจ ขึ้นทะเบียน ให้อนุญาต เพิกถอนใบอนุญาต รวมถึงกรณีที่ให้ตัวแทนรัฐเข้าร่วมในกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่อาจมีผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนและกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งเชิงอำนาจในอนาคต
ทางด้านนายอลงกรณ์ยืนยันว่า สปท. จะใช้เวลาประชุมพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยความรอบคอบและเชื่อว่าจะเป็นไปในทางที่ดี ส่วนกรณีที่ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกระบุไว้ในแผนการปฏิรูปเร่งด่วนภายใน ปี 2560 ของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) นั้นไม่เป็นประเด็นหรือธงการพิจารณาของสปท. ว่าจะต้องผ่านร่างเนื้อหาดังกล่าว ทั้งนี้การเสนอแนวทางการปฏิรูปสื่อมวลชนเป็นประเด็นที่จำเป็น แต่สิ่งที่สปท. เสนอไปเป็นเพียงหัวข้อเท่านั้นยังไม่มีรายละเอียด อีกทั้งกรณีดังกล่าวรัฐบาลไม่ได้เข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด
“สำหรับแนวทางการปฏิรูปสื่อมวลชน มีประเด็นสำคัญที่ยึดปฏิบัติ คือ การปฏิรูปสื่อมวลชนต้องไม่ถูกแทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าว คอลัมภ์นิสต์ นักจัดรายการ ต้องมีอิสระ” นายอลงกรณ์ กล่าว





