"วิษณุ" ถก 4 หน่วยงานคลอดมาตราความปลอดภัยบนท้อง ลั่นออกกฎต้องคำนึง "ความปลอดภัย-ความสะดวก" ปัดตอบบังคับใช้ห้ามนั่งท้ายกระบะ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์ภายหลังเชิญ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการผ่อนปรนข้อกำหนดการโดยสารรถกระบะ ว่า ได้เชิญตัวแทนสำนักงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมสรรพาสามิต และกรมการขนส่งทางบก โดย ปภ.ได้รายงานสถิติตัวเลขการตายปีนี้ ต่างจากทุกปี คือไม่มีเหตุเกิดกับรถโดยสารสาธารณะ มีแต่เกิดกับรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ สาเหตุจากการเมาสุราและไม่สวมหมวกกันน็อค อีกทั้ง จากสถิติระบุว่า คนที่คาดเข็มขัดนิรภัยไม่มีใครเสียชีวิต มีแต่ได้รับบาดเจ็บ แสดงว่ามาตรการของรัฐบาลที่รณรงค์ได้ผล ขณะที่ประชาชนก็ช่วยกันลดปัญหาอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายทั้ง 4 หน่วยงานดังกล่าวไปพิจารณาข้อเสนอของแต่ละฝ่ายก่อนกลับมาพิจารณากันอีกครั้ง ทั้งนี้หลักเบื้องต้นของที่ประชุมวันนี้ คือ มาตรการใดที่จะออกมาต่อจากนี้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นหลักควบคู่กันไป ถ้าปลอดภัยมากเกินจนเกิดความไม่สะดวกก็ไม่ได้ แต่ถ้าจะเห็นแก่ความสะดวกจนไม่ปลอดภัยเลยก็ไม่ได้ ซึ่งมีมาตรการที่พบว่าสามารถทำได้ โดยไม่ต้องแก้ไขพ.ร.บ.รถยนต์ หรือใช้ม.44 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
"ต่อไปรัฐจะดูแลทั้งความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนให้เกิดความสมดุล จะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน รวมถึงเจ้าหน้าที่ก็ต้องไม่ลำบากใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย"นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะนั้นจะบังคับใช้จริงจังหลังจากนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่มีคำตอบอะไรขณะนี้ แต่ขณะนี้ถือว่าคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ และไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะมีมาตรการที่สามารถควบคุมดูแลได้ แต่ยังขอไม่เปิดเผยว่าคืออะไร ยืนยันว่าประชาชนยังได้รับความสะดวกและยังรับประกันความปลอดภัยอยู่





