วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ป.ป.ช.' ลุยยึดทรัพย์ 'จุฑามาศ' ใน 5 ประเทศ

"ป.ป.ช." นำถกเร่งรัดคดีทุจริตระหว่างประเทศ ลุยทวงทรัพย์สิน "จุฑามาศ ศิริวรรณ" ซุกใน 5 ประเทศคืน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ ที่ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงต่างประเทศ ว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีการให้สินบนข้ามชาติที่มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อย่างกรณีของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ทุจริตต่อหน้าที่และร่ำรวยผิดปกติ และได้สรุปแนวทางการดำเนินการติดตามทรัพย์สินคืน โดยเห็นควรให้มีการยึดทรัพย์ ทั้งในทางอาญาและตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และทั้งทางแพ่งตามที่กรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ป.ป.ช.กำลังประสานงานกับ อสส. เพื่อแปลคำพิพากษาสองร้อยกว่าหน้าและส่งคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการอายัดและริบทรัพย์นางจุฑามาศและบุตรสาว ที่ซุกซ่อนอยู่ในประเทศและต่างประเทศจำนวน 5 ประเทศตามเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามนำทรัพย์กลับคืนโดยเร็วที่สุด เพราะคดีดังกล่าวถือเป็นคดีสินบนข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดคดีแรกของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย และอสส.ได้แนะนำแนวทางว่าจะต้องดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ซึ่ง ป.ป.ช. อัยการสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และ อสส. จะได้นัดหารือกันอีกครั้งภายในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติมอบหมายศูนย์ประสานงานคดีระหว่างประเทศ สำนักการต่างประเทศ ของ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการประสานงานเรื่องความร่วมมือในการริบทรัพย์สินและส่งคืนให้กับประเทศผู้เสียหาย เพื่อที่จะให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างของสังคมไทยในระดับประเทศและระดับโลก เป็นการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเอาจริงกับเรื่องการขจัดปัญหาการทุจริต ไม่ให้ผู้กระทำหนีรอดจากการลงโทษไปได้ มีการนำทรัพย์คืนสู่แผ่นดิน โดยให้ศูนย์ประสานงานคดีระหว่างประเทศทำงานร่วมกับหน่วยงานของไทยและหน่วยงานในต่างประเทศ ให้มีผลโดยเร็วที่สุด

“มั่นใจว่าจะสามารถเรียกทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศกลับคืนมาได้ เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ทราบดีว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินของรัฐบาลไทยที่จ่ายไป ซึ่งถูกนำไปจ่ายสินบน ทั้งนี้ในที่ประชุม ทาง ป.ป.ช.ได้รายงานความคืบหน้าคดีระหว่างประเทศที่กำลังดำเนินการอยู่ 10 กว่าเรื่อง เพื่อย้ำถึงนโยบาย ป.ป.ช.และหลายเรื่องที่เคยตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ขณะนี้ก็ได้ยกระดับให้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์คณะไต่สวนคือ กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนดูแลรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดยคดีต่างๆเหล่านี้ ปปง.จะเป็นคู่ทำงานที่สำคัญของ ป.ป.ช.ในการติดตามสินบนระหว่างประเทศ และในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ป.ป.ช.และปปง.ถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในหลายๆคดี” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว