วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ถกสหรัฐขึ้นบัญชี 'ลิขสิทธิ์-ซื้ออาวุธ' เสี่ยง

ครม.ถกปมสหรัฐขึ้นบัญชีไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศได้ดุลการค้า ระบุ 3 ปมหลักต้องระวัง "ทรัพย์สินทางปัญญา-จัดซื้ออาวุธ-แทรกแซงค่าเงิน" ด้านนายกฯเตือนอย่าตื่นตระหนก

แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม. ให้ทราบถึงความคืบหน้ากรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีการลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อดำเนินการตรวจสอบการขาดดุลการค้าของสหรัฐ กับ16ประเทศ ที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่มีความเสี่ยงจะถูกตอบโต้ทางการค้า

นายสมคิด รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับหน่วยงานของสหรัฐ และก็ได้รับการชี้แจงว่าเป็นแนวคิดของทีมงานของประธานาธิบดีสหรัฐเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุชื่อของไทยอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ทางการก็ต้องเตรียมการไทยเพื่อรับมือกรณีหากสหรัฐส่งคนเข้ามาตรวจสอบ การค้าและการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐ

ทั้งนี้ หากจะเข้ามาตรวจสอบคาดว่าทางสหรัฐ จะให้ความสนใจใน 3 ประเด็น คือ 1.การมีกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่คุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 2.การจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ ซึ่งหากมีการจัดซื้อจากสหรัฐก็จะมีแต้มต่อ แต่หากมีการซื้อจากรัสเซีย หรือจีนมากอาจจะถูกเพ่งเล็งได้และ 3.การแทรกแซงค่าเงินบาทให้อ่อนค่ากว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นแรกและประเด็นที่ 3 นั้น อาจไม่ต้องมีการเตรียมมากเพราะส่วนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญานั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา44 ในการออกคำสั่งเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับย่นระยะเวลาออกสิทธิบัตรให้เร็วขึ้น ได้เหลือข้อสงวนไว้เฉพาะส่วนของยาเท่านั้น เนื่องจากเป็นส่วนสิทธิบัตรที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน แต่ส่วนที่ไทยจะต้องระมัดระวังคือเรื่องของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์

นายกฯชี้รัฐบาลเตรียมการไว้แล้ว

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก รอให้สหรัฐมีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาก่อน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือไว้แล้ว

“ถ้าคิดในแง่ดี ถ้ามีประกาศใดออกมา อย่างน้อยประเทศไทยก็มีเพื่อนอีกตั้ง 15 ประเทศ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมการไว้แล้ว เวลานี้คณะกรรมการชุดต่างๆ ก็พิจารณาอยู่ นอกจากนี้ ไทยกับสหรัฐ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

“ดอน”ระบุรอ90วันสหรัฐประกาศรายชื่อ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าไม่อยากให้ตื่นตระหนก เพราะเป็นการให้ข่าวของรมว.พาณิชย์สหรัฐ ที่ออกมาพูด โดยความหมายคือ ไทยเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐ ในอันดับที่ 11 เราไม่ใช่เป้าหมายหลัก ที่ได้ดุลการค้ามากๆ ซึ่งเวลาเขาจะหาทางการแก้ไขปัญหาดุลการค้าจะดูประเทศที่ได้ดุลการค้ามากๆ นั่นคือ เป้าหมายหลัก

“ปีที่ผ่านมาได้ดุลการค้าจากสหรัฐ 18,000 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเพียงนิดเดียว จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เราต้องเตรียมรับรู้สถานการณ์ว่ามีอะไรอีกบ้างที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ของเรากับสหรัฐมีหลายเรื่อง ทั้งการค้าการลงทุน การเมือง ความมั่นคง ศิลปวัฒนธรรม”

นายดอน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงอะไร แต่หลังจากผ่านระยะเวลา 90 วัน เพื่อเก็บข้อมูลแล้ว เมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วพบว่าเรามีชื่อจริงๆ อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่คำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรี เราอาจจะหาวิธีการไปดำเนินการเรื่องนี้ เช่น เชิญมาดูว่าเราผลิตอะไรอย่างไร เพื่อจะได้รู้จักประเทศไทยมากๆ

ติงไทยแก้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาช้า

รายงานข่าวจากแจ้งว่า บรรยากาศการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ (Trade and Investment Framework Agreement Joint Council : TIFA JC) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ประจำปี 2560 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตัวแทนของทางสหรัฐ คือ นางบาร์บารา ไวซีล ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)ได้นำคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เข้าร่วมการประชุม

ประเด็นการหารือส่วนใหญ่เป็นการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลของไทยในหลายเรื่อง อาทิ การคุ้มครองและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองสิทธิแรงงาน และการเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ รวมทั้งผลักดันให้สหรัฐ พิจารณาเพิ่มเติมสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) รวมทั้งประเด็นด้านการสินค้าเกษตรและมาตรการที่เกี่ยวข้องของไทย

แต่ต้องยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาของไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่เป็นรูปธรรมนัก โดยเฉพาะการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการจดสิทธิบัตรที่ยังล่าช้า

“การหารือครั้งนี้ไม่ได้มีรายงานรีพอร์ต เพราะดูจากท่าทีของสหรัฐ แล้วก็แสดงให้เห็นว่าไทยเดินหน้าแก้ไขปัญหายังล่าช้าอยู่โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาใช้เวลาพูดคุยยาวนานเป็นครึ่งวัน โดยนางบาร์บาราเป็นตัวแทนสอบถามการแก้ไขปัญหาประเด็นนี้โดยตรง และยังชี้แจงว่าจะนำผลการประชุมทั้งหมดไปรายงานต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาในคำสั่งพิเศษเพื่อดำเนินการตรวจสอบการขาดดุลการค้าของสหรัฐ กับ 16 ประเทศทั่วโลกหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้”

พาณิชย์ถกเอกชน10-11 เม.ย.

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ โดยระบุว่าขณะนี้ทางกระทรวงฯ ได้มีการประชุมระดับบริหารเพื่อวางมาตรการรองรับต่อคำสั่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทุกฝ่ายเร่งจัดเตรียมข้อมูลเพื่อจัดหมวดหมู่สินค้าที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ ก่อนจะนัดหารือกับภาคเอกชนเจาะรายอุตสาหกรรมสำคัญในช่วงวันที่ 10-11 เม.ย.นี้

อย่างไรก็ดี ในการประชุมเวทีการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเวทีที่มีการกำหนดกรอบการหารือมานานแล้วและไม่ได้มีการหารือในเรื่องของคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ ต่อคู่ค้า 16 ประเทศ แต่เป็นการหารือในเรื่องของการคุ้มครองและบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IPR)การออกกฎหมายใหม่ รวมทั้งมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS)

ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐ เป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทย รองจากจีนและญี่ปุ่น โดยในปี 2559 การค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มีมูลค่า 36,551 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐ เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 ของไทย ขณะที่ไทยส่งออกไปสหรัฐ มูลค่า 24,494 ล้านดอลลาร์ และสหรัฐ เป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 3 ของไทย มีมูลค่านำเข้า 12,057 ล้านดอลลาร์