วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งแก้คำสั่งหน.คสช.3/60 จัดตั้งสำนักบริหารนโยบายนายกฯ

"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งแก้คำสั่งหน.คสช.3/2560 พร้อมจัดตั้งสำนักบริหารนโยบายนายกฯ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๘/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐

ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ กําหนดกลไกการดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง นั้น โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงโครงสร้างการดําเนินการและกําหนดกลไกสนับสนุนการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๘ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐
เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยข้อเสนอแนะของ นายกรัฐมนตรี จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐
เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ให้จัดตั้งสํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหน่วยงานในสํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรี มีหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ ประเมินผล กําหนดตัวชี้วัด และติดตามความก้าวหน้าในการดําเนินการตามมติ ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อ ๔ หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และเชิงบูรณาการตามพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ (Area)

ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการและธุรการให้ ป.ย.ป. เลขานุการ ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานต่างๆ

ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อํานวยการสํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานในสํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีและทําหน้าที่ประสานกับเลขานุการ ป.ย.ป. ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ ในการนี้ ให้มีอํานาจขอยืมตัวข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นตลอดจนจ้างผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ หน้าที่และอํานาจ การบริหารงาน และการดําเนินงานของสํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามที่กําหนดในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการนั้น

เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคสอง ให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดให้สํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี มีเจ้าหน้าที่ งบประมาณ สถานที่ทํางาน อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการทํางาน และสามารถเบิกจ่ายงบประมาณในการดําเนินการต่าง ๆ ได้ตามที่ ป.ย.ป. กําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง”

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๕/๑ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
“เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนงานด้านการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้าง
ความสามัคคีปรองดอง ให้สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสนับสนุนการดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กําหนดไว้ในคําสั่งนี้ ตามความเหมาะสมหรือตามที่มีการร้องขอ โดยให้สามารถรับโอนทรัพย์สินของสํานักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงานสภาพัฒนาการเมือง และสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มาดูแลใช้สอย รวมทั้งรับโอนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสํานักงานดังกล่าวข้างต้นมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเพื่อให้ภารกิจในการสนับสนุนการดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศซึ่งได้ดําเนินการมาแล้วระยะหนึ่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ให้โอนอัตรากําลังข้าราชการและพนักงานราชการของสํานักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เฉพาะในส่วนที่ยังไม่มีคนครองในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ พร้อมทั้งงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตรากําลังดังกล่าวไปกําหนดตําแหน่งในสังกัดสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้เป็นไปตามบัญชีรายละเอียดการตัดโอนตําแหน่งว่างและอัตราเงินเดือน ตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กําหนด
ไว้ในกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก และเมื่อดําเนินการเรียบร้อยแล้วให้สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรายงานสํานักงาน ก.พ. ทราบด้วย”

ข้อ ๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ