บรรษัทน้ำมันแห่งชาติวุ่นแน่! นักกฎหมายชี้ "มติครม." แก้หลักการร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมไม่ได้
นายปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเชี่ยวชาญงานกฎหมายและงานสภา กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2 ชั้นกรรมาธิการฯ ด้วยการเพิ่มมาตรา 10/1 ให้มีการตั้ง "บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ" นั้น ไม่สามารถกระทำได้ เพราะขัดกับหลักการของร่างกฎหมายที่ สนช.รับหลักการเอาไว้ในวาระแรก
ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2557 ข้อ 121 วรรค 3 เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินั้น
เมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ สนช.รับหลักการวาระแรก ปรากฏว่าไม่มีเนื้อหาส่วนใดที่ระบุถึงการตั้ง "บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ" ฉะนั้นการแปรญัตติเช่นนี้จึงไม่สามารถทำได้ และขัดกับข้อบังคับการประชุมอย่างชัดเจน
ส่วนที่มีการอ้างว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ทำหนังสือสอบถามความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมายแล้ว ปรากฏว่า ครม.มีหนังสือตอบกลับมาถึง 2 ครั้งว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 10/1 ว่าด้วยการตั้ง "บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ" นั้น นายปรีชา กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว มติครม.ไม่สามารถแก้ไขหลักการกฎหมายที่สภารับหลักการวาระแรกไปแล้วได้ มิฉะนั้นก็เท่ากับว่า ครม.มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่มาก
นักกฎหมายผู้นี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า สนช.น่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม วาระ 2-3 ตามกำหนดเดิมในวันที่ 30 มี.ค. และน่าจะใช้วิธีงดใช้ข้อบังคับการประชุมทั้งหมดหรือบางส่วน ตามข้อบังคับข้อ 211 ที่เปิดช่องเอาไว้ ซึ่งต้องใช้เสียง สนช.สนับสนุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรกับสภาชุดนี้ เพราะเป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง


