"รมต.ดอน" โวไทยแจง ICCPR ผ่านฉลุย เผยคกก.พอใจไทย
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่คณะผู้แทนไทยได้เดินทาง นำเสนอรายงานด้วยวาจา ต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือคณะกรรมการประจำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 13 - 14 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ในแต่ละวันได้ชี้แจงวันละ 3 ชม. การตอบคำถามนั้นเราไม่ได้ไปเดี่ยวเพียงประเทศ แต่มีอีก 6 ประเทศที่เข้าไปร่วมชี้แจงด้วย ICCPR จะเป็นการพบปะ 4 ปีหนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีที่เรามีบทบาทร่วมด้วย
โดยเรามีคณะผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นหัวหน้าทีม โดยคำถามก็มีการลงรายละเอียดเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย รวมถึงการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และเรื่องของมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว เรื่องของศาลทหาร สถานะของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำผิดแล้วลอยนวล การใช้กรก.ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนใต้ สถานการณ์สิทธิมนุษยชน และเรื่องของการรวมตัวโดยเสรีภาพ รวมถึงเรื่องบุคคลหายสาบสูญ ความเป็นอิสระของศาลยุติธรรม เป็นต้น
นายดอนกล่าวอีกว่า ผลของการอบคำถาม กล่าวได้ว่าเป็นการหารือค่อนข้างมีความเป็นวิชาการ มีการถามคำถามอย่างผู้รู้ ฝ่ายไทยก็ตอบอย่างพูดรู้จริง ซึ่งก็มีข้อกำหนดเพิ่มเติมว่าถ้าไม่สามารถชี้แจงภายใน 3 ชม. ก็สามารถส่งเป็นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 48 ชม. ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้น ปฏิกริยาแรกที่ได้รับจากคณะกรรมการคือเขามีความพอใจกับบทบาทของไทย และการลงลึกถึงปัญหาด้วยความตั้งใจ อีกทั้งเขายังได้กล่าวขอบคุณชื่นชมที่คณะผู้แทนไทยได้มีความพยายามตอบคำถามอย่างละเอียด อีกทังยังไม่ได้มีการพบปะหารือกับคณะผู้แทนนอกเวลาประชุมด้วย ต้องไม่ลืมว่านี่คือบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศที่มีความโปร่งใสและจริงจัง ทั้งนี้ ICCPR มีประมาณ 28 ประเทศ ไม่ได้เป็นสมาชิก ซึ่งเกือบครึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งเมื่อไม่ใช่สมาชิกก็ไม่ต้องมาแสดงตัวก็ได้ เหมือนกับว่าเขาไม่มีปัญหาเหล่านั้น ดังนั้นไทยค่อนข้างอยู่ในมาตรฐานที่พร้อมจะมีปฏิสัมพันธ์กับสากล และทำในหลายเรื่องที่เป็นมาตรฐานสากล
เมื่อถามว่าทำไมไทยต้องส่งคณะผู้แทนไปจำนวน 46 คน ซึ่งถือว่าเยอะในขณะที่บางประเทศส่งไปเพียง 5 คน นายดอนกล่าวว่า ปกติคณะผู้แทนไทยมีหลายขนาด มีทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ อย่างผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัล ก็ต้องไปเพื่อชี้แจงเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่เป็นต้น ซึ่งในบางเรื่องที่เป็นรายละเอียดจริงๆเราก็ต้องการเจ้าของเรื่องเป็นผู้ตอบประเด็นนั้น อีกทั้งจำนวนนี้ยังรวมถึงตัวผู้ช่วยของคนที่ไปชี้แจงด้วย ก็เลยทำให้มีจำนวนผู้แทนมาก ด้วยการที่เราช่วยในลักษณะนี้ทำให้คณะกรรมการมีความพอใจในแง่ของการเตรียมการที่ละเอียดพอสมควร
นายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ก็ได้ยังเล่าเรื่องการเมืองในไทยตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57 ร่วมกับการตอบคำถามเพื่อให้ที่ประชุมเกิดความเข้าใจในการเมืองบ้านเรา หรือการดำเนินงานของแม่น้ำ 5 สายเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งประชาชนธิไตยไม่ใช่แค่ตามทฤษฎีออกคะแนนเสียงอย่างเดียว แต่ตัวคนก็ต้องมีความรับผิดชอบ และความโปร่งใส ซึ่งก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สิทธิมนุษยชนของไทยเต็มตัวขึ้น มีสิทธิ์ก็จริง แต่ต้องมีหน้าที่ด้วย เมื่อถามอีกว่าที่ประชุมได้ถามเรื่องของการใช้ ม.44 กับกรณีวัดธรรมกายหรือไม่ นายดอนกล่าวว่าที่ประชุมไม่มีการถามถึงกรณีนั้น


