การเสียชีวิตคาห้องควบคุมดีเอสไอของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา ยังคงเป็นปริศนาที่ดีเอสไอเองยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้
ผ่านมากว่า 6 เดือนแล้ว สำหรับคดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของ นายธวัชชัย อนุกุล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงในจังหวัดภูเก็ตและพังงา รวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท
คดีนี้ไม่น่าจะมีความสลับซับซ้อนใดๆ เพราะเป็นการเสียชีวิตในที่ควบคุมตัวของหน่วยงานรัฐอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แต่ปรากฏว่าสังคมรวมทั้งญาติของนายธวัชชัยไม่เชื่อคำแถลงของดีเอสไอทีว่า นายธวัชชัยผูกคอตายเอง โดยใช้ถุงเท้าที่สวมใส่อยู่เป็นอุปกรณ์ในการฆ่าตัวตาย ที่สำคัญดีเอสไอยังไม่สามารถนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณห้องควบคุมตัวมาแสดงได้ โดยอ้างว่ากล้องเสีย
ล่าสุดคดีนี้ยังอยู่ในชั้นไต่สวนการตายโดยศาล และตำรวจสรุปคดีจากหลักฐานเบื้องต้นว่า นายธวัชชัยถูกผู้อื่นทำให้ตาย ซึ่งสวนทางกับคำแถลงของดีเอสไออย่างสิ้นเชิง ทำให้การเสียชีวิตของอดีตเจ้าพนักงานที่ดินรายนี้ยังคงเป็นปริศนาคาใจ และยังไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายกระบวนการยุติธรรมจะมีคำตอบให้กับสังคมและครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือไม่
สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของพี่ชาย ยังคงเป็นคำถามภายในใจของ ชัยณรงค์ อนุกูล ผู้เป็นน้องแท้ๆ ของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา เพราะหน่วยงานคู่กรณีอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้อย่างสิ้นข้อกังขา
ผู้บริหารดีเอสไอตั้งแต่อธิบดีลงมา อ้างว่าพี่ชายของเขาเสียชีวิตจากการผูกคอตายเอง แต่ในทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจกลับสรุปเบื้องต้นว่า มีผู้อื่นทำให้เสียชีวิต นี่คือข้อสงสัยแรกที่เขายังรอคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม
นอกจากการออกมาชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่สวนทางกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องแล้ว สิ่งที่ทำให้ความน่าเชื่อถือในคดีนี้ลดลงไปมากกว่าเดิม ก็คือการตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 9 กันยายนปีที่แล้ว ซึ่งมีนักข่าวหลากหลายสำนักเกือบร้อยชีวิตไปรายงานข่าว แต่การแถลงในครั้งนั้น สื่อมวลชนกลับไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนใดๆ เกี่ยวกับสาเหตุการตาย นอกจากคำตอบที่ว่า “คดีมีความคืบหน้า แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด”
ขณะที่ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ก็ชี้แจงเกี่ยวกับภาพจากกล้องวงจรปิดว่า ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ เพราะเซิร์ฟเวอร์กล้องบริเวณชั้น 6 เสียมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยชั้น 6 ของตึกดีเอสไอเป็นห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา และเป็นสถานที่ที่นายธวัชชัยพำนักอยู่ก่อนตาย
ประเด็นเรื่องเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดเสียจนไม่สามารถกู้ภาพได้ เป็นความคลางแคลงใจอย่างยิ่งของชัยณรงค์ เพราะเขาได้ตระเวนสอบถามช่างซ่อมคอมพิวเตอร์และกล้องซีซีทีวีหลายราย ได้รับคำตอบว่าการซ่อมระบบเซิร์ฟเวอร์และกู้คืนข้อมูลไม่ได้ยุ่งยากอะไร ยกเว้นกล้องโดนไฟไหม้เท่านั้นที่อาจไม่สามารถกู้ภาพได้ ที่สำคัญจนป่านนี้ดีเอสไอก็ยังไม่ส่งหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ให้พนักงานสอบสวน
พันตำรวจเอก มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ ยืนยันว่า นายธวัชชัย อนุกูล ถูกผู้อื่นทำให้เสียชีวิต และคดีนี้เสร็จสิ้นการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแล้ว เพราะเรื่องอยู่ในกระบวนการไต่สวนการตายโดยศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งยังเหลือการไต่สวน 20 มีนาคม ขั้นตอนหลังจากนั้นสำนวนจะถูกส่งกลับมายังพนักงานสอบสวนเพื่อทำความเห็นเสนออัยการต่อไป
ดูเหมือนคดีนี้กำลังจะเงียบหายไปกับสายลม คล้ายๆ กับเสียงเงียบของดีเอสไอ ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหาเสียชีวิตในความควบคุมของตนเอง


