"ชาญชัย" จี้ "ป.ป.ช." ใช้อนุสัญญาประชาชาติ ขอข้อมูลสินบนโรสรอยด์ งง!! ที่ยังนิ่งเป็นเพราะคนทำผิดมีอิทธิพลหรือไม่
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่นปี ค.ศ.2003 ที่ไทยร่วมเป็นภาคีสมาชิกตั้งแต่ปี 54 กับองค์การสหประชาชาติ มาใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับกรณีบริษัทโรสรอยด์ ที่ให้สินบนข้ามชาติกับบริษัทการบินไทยในการขอข้อมูลจากองค์กรต่างประเทศ เนื่องจากในอนุสัญญาดังกล่าวข้อ 43 ระบุถึงความร่วมมือระหว่างประเทศที่รัฐภาคีสมาชิกต้องให้ความร่วมมือร่วมกัน ในการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริต และข้อ 46 ระบุไว้ว่าความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางกฎหมาย ที่รัฐภาคีต้องข่วยเหลือในการสืบพยานหลักฐาน สอบปากคำบุคคล ส่งเอกสารของศาล ค้น ยึดและอายัด ตรวจสอบวัตถุและสถานที่ให้ข้อมูล พยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีข้อ 23 เรื่องการฟอกเงินในกรณีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างหรือให้สินบน ถือเป็นการฟอกเงินที่ได้มาจากการทุจริต ก็ให้ใช้กฎหมายฟอกเงินเข้าดำเนินการได้ทันที ดังนั้นจะเห็นได้ว่าอนุสัญญานี้เปิดช่องให้สามารถดำเนินการครบถ้วน และทำใช้ได้ทันที แต่เหตุใด ป.ป.ช. จึงยังไม่ดำเนินการใดๆ อ้างว่าต้องรอให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ขอข้อมูลตามกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่ป.ป.ช.ซึ่งเป็นผู้ไปลงนามในอนุสัญญาฯดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์จากอนุสัญญานี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการดำเนินคดีอาญาภายในประเทศก่อนตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากนี้ประเด็นดังกล่าวยังมีการดำเนินคดีในประเทศอังกฤษแล้วด้วย จึงถือว่าองค์ประกอบครบถ้วนที่รัฐภาคีตามอนุสัญญานี้จะต้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ของไทย
"ผมงงมากที่ป.ป.ช.แถลงว่าอังกฤษตั้งเงื่อนไขว่าไม่ส่งให้กลัวนำมาเปิดเผย เพราะในอนุสัญญาให้เปิดเผยเพียงแต่ให้มีการคุ้มกันพยานอย่าให้ถูกทำร้าย ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่า ป.ป.ช. เป็นปัญหากับการปราบปรามการทุจริต แต่จนถึงขณะนี้เรื่องสินบนข้ามชาติโรสรอยด์กลับยังไม่มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือเป็นเพราะว่าคนที่ทำผิดมีอิทธิพลมากจึงไม่มีการดำเนินการใดๆ เรื่องนี้นับเป็นความชุ่ยที่สุดของ ป.ป.ช. เพราะผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว ผมไม่อยากให้เกิดภาวะที่ประชาชนลุกฮือมาไล่ ป.ป.ช." นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่างานปราบปรามการทุจริตในไทยติดขัดที่ ป.ป.ช. เพราะทำตัวเป็นคอขวด ส่งผลให้คดีล่าช้า เนื่องจากทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ท. สตง. หรือดีเอสไอ สอบสวนแล้วต้องทำเรื่องส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการในขั้นสุดท้ายทั้งหมดก่อนส่งฟ้องศาลเพียงองค์กรเดียว แต่เรื่องกลับล่าช้าบางคดีใช้เวลาเป็นสิบปี แม้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติระบุให้ ป.ป.ช. ต้องทำคดีทุจริตให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี แต่ข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทำให้มีการทำลายพยาน หลักฐาน ถ้าป.ป.ช.ไม่ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ประชาชนเขากำลังเบื่อและจะลุกขึ้นแก้ไข เพราะทุกประเทศที่แก้ปัญหาทุจริตสำเร็จ ล้วนมีภาคประชาชนเข้าไปร่วมและขับเคลื่อนซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ไม่มีศักยภาพจึงมาเป็น ป.ป.ช. ได้ ถ้าไม่ทำงานเรื่องสินบนนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเรื่องสำคัญของชาติเพราะเป็นต้นตอของการแตกความสามัคคีที่คนกลุ่มหนึ่งซื้ออำนาจรัฐเข้ามาเพื่อโกงกิน คนกลุ่มหนึ่งตรวจสอบส่งเรื่อง ป.ป.ช.แต่ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องดูว่าควรปฏิรูป ป.ป.ช.แล้วหรือยัง





