"พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" กระโดดข้ามจากดีเอสไอมานั่ง "ผอ.สำนักพุทธฯ" บุคลิก "ธรรมะธัมโม" ตัดผมทรงมหาจำลองไม่เคยเปลี่ยน
"เหลือเชื่อจริงๆ" กับการที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ย้ายข้ามฟากจากดีเอสไอ มานั่งเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)แทนนายพนม ศรศิลป์ ที่ถูกย้ายให้ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือกับการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย
สำหรับพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นรบ.) รุ่นที่ 15 ,เป็นอาจารย์สอนนักเรียนนายร้อยตำรวจ ก่อนจะโอนย้ายมาสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงปี 2546 ซึ่งเป็นยุคก่อตั้งกรมฯ โดย พ.ต.ท.พงศ์พร รับผิดชอบงานในชุดสืบสวนสะกดรอยเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของดีเอสไอมาโดยตลอด และได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาตามลำดับ แต่ไม่ใช่การเลื่อนระดับแบบก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่ใช่นักเรียนตำรวจ (นรต.) แต่มาจากสายอบรม (นรบ.) เส้นทางของ พ.ต.ท.พงศ์พร จึงขยับจากรองผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย เป็น ผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย ในปี2551 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านปฏิบัติการพิเศษ ในปี 2555 และก้าวขึ้นเป็นผบ.สำนักคดีเป็นครั้งแรกในปี 2558 หลังการปฏิวัติของคสช. โดยเป็นตำแหน่งที่ตรงกับงานที่รับราชการในดีเอสไอมาตลอด คือ สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ
จากนั้นเมื่อดีเอสไอโดย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง สั่งเร่งรัดคดีสำคัญในความรับผิดชอบ คือ คดีนำเข้ารถยนต์หรูหลบเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะรถยนต์เบนซ์คลาสสิค ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือสมเด็จฯช่วง ซึ่งค้างการสอบสวนอยู่นาน โดยพบข้อติดขัดเป็นอุปสรรคสำคัญที่สำนักคดีภาษีอากร พ.ต.ท.พงศ์พร จึงถูกสลับมาเป็นผบ.สำนักคดีภาษีอากร ในปี 2559 โดยได้รับมอบหมายให้มาขจัดอุปสรรค
ด้วยบุคลิกเป็นคนธรรมะธัมโม ตัดผม "ทรงมหาจำลอง" ไม่เคยเปลี่ยนทรง และเป็นศิษย์คนหนึ่งของพระเทพมหาสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พ.ต.ท.พงศ์พร จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานการเจรจากับคณะผู้ปกครองฝ่ายสงฆ์ เพื่อประสานให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียก แต่การเจรจาหลายครั้งไม่บรรลุผล แม้ทางดีเอสไอจะรับปากเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว โดยทำสัญญาประกันตัวไว้รอ แต่ต้องรอเก้อทุกครั้งไป
หลัง พ.ต.ท.พงศ์พร ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.พศ. ทำเอาคนในดีเอสไอตกตะลึง เพราะแค่สมัครเข้ารับการสรรหา ลำพังคุณสมบัติยังไม่ได้ รองอธิบดีก็ยังไม่เคยเป็น แต่ก้าวกระโดดจาก ซี 9 ที่ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง พรวดเป็น ซี 10 แบบชั่วข้ามคืน ถ้าไม่ใช่ม.44 ทำไม่ได้จริงๆ
โดยบทบาทสำคัญในตำแหน่ง ผอ.พศ. ภายใต้การนำของพ.ต.ท.พงศ์พร คือ การทำให้อาณาจักรธรรมกายเป็นวัดปกติธรรมดาเริ่มจากการตรวจใบสุทธิพระ-เณร ทุกรูปในวัดพระธรรมกาย รวมถึงพระที่มาชุมนุมอยู่ที่ตลาดกลางคลองหลวง
ส่วนพระระดับบริหารของวัดพระธรรมกายต้องออกมารายงานตัว หากรูปใดขัดคำสั่งคณะปกครองสงฆ์ต้องประกาศให้ขาดจากความเป็นสงฆ์ และขยับเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดธรรมกาย จัดทำบัญชีทรัพย์สินของวัด ตลอดจนเข้ากราบขอรับคำปรึกษาจาก มส.ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาภายในวัดพระธรรมกาย ไปจนถึงดำเนินการให้มีการแต่งตั้งพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ เข้ามารักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

