วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พงศ์พร' ผอ.สำนักพุทธฯ ผู้ 'ธรรมะธัมโม'

'พงศ์พร' ผอ.สำนักพุทธฯ ผู้ 'ธรรมะธัมโม'

"พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" กระโดดข้ามจากดีเอสไอมานั่ง "ผอ.สำนักพุทธฯ" บุคลิก "ธรรมะธัมโม" ตัดผมทรงมหาจำลองไม่เคยเปลี่ยน

"เหลือเชื่อจริงๆ" กับการที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ย้ายข้ามฟากจากดีเอสไอ มานั่งเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)แทนนายพนม ศรศิลป์ ที่ถูกย้ายให้ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือกับการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย

สำหรับพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นรบ.) รุ่นที่ 15 ,เป็นอาจารย์สอนนักเรียนนายร้อยตำรวจ ก่อนจะโอนย้ายมาสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงปี 2546 ซึ่งเป็นยุคก่อตั้งกรมฯ โดย พ.ต.ท.พงศ์พร รับผิดชอบงานในชุดสืบสวนสะกดรอยเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของดีเอสไอมาโดยตลอด และได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาตามลำดับ แต่ไม่ใช่การเลื่อนระดับแบบก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่ใช่นักเรียนตำรวจ (นรต.) แต่มาจากสายอบรม (นรบ.) เส้นทางของ พ.ต.ท.พงศ์พร จึงขยับจากรองผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย เป็น ผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย ในปี2551 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านปฏิบัติการพิเศษ ในปี 2555 และก้าวขึ้นเป็นผบ.สำนักคดีเป็นครั้งแรกในปี 2558 หลังการปฏิวัติของคสช. โดยเป็นตำแหน่งที่ตรงกับงานที่รับราชการในดีเอสไอมาตลอด คือ สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ

จากนั้นเมื่อดีเอสไอโดย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง สั่งเร่งรัดคดีสำคัญในความรับผิดชอบ คือ คดีนำเข้ารถยนต์หรูหลบเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะรถยนต์เบนซ์คลาสสิค ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือสมเด็จฯช่วง ซึ่งค้างการสอบสวนอยู่นาน โดยพบข้อติดขัดเป็นอุปสรรคสำคัญที่สำนักคดีภาษีอากร พ.ต.ท.พงศ์พร จึงถูกสลับมาเป็นผบ.สำนักคดีภาษีอากร ในปี 2559 โดยได้รับมอบหมายให้มาขจัดอุปสรรค

ด้วยบุคลิกเป็นคนธรรมะธัมโม ตัดผม "ทรงมหาจำลอง" ไม่เคยเปลี่ยนทรง และเป็นศิษย์คนหนึ่งของพระเทพมหาสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พ.ต.ท.พงศ์พร จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานการเจรจากับคณะผู้ปกครองฝ่ายสงฆ์ เพื่อประสานให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียก แต่การเจรจาหลายครั้งไม่บรรลุผล แม้ทางดีเอสไอจะรับปากเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว โดยทำสัญญาประกันตัวไว้รอ แต่ต้องรอเก้อทุกครั้งไป

หลัง พ.ต.ท.พงศ์พร ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.พศ. ทำเอาคนในดีเอสไอตกตะลึง เพราะแค่สมัครเข้ารับการสรรหา ลำพังคุณสมบัติยังไม่ได้ รองอธิบดีก็ยังไม่เคยเป็น แต่ก้าวกระโดดจาก ซี 9 ที่ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง พรวดเป็น ซี 10 แบบชั่วข้ามคืน ถ้าไม่ใช่ม.44 ทำไม่ได้จริงๆ

โดยบทบาทสำคัญในตำแหน่ง ผอ.พศ. ภายใต้การนำของพ.ต.ท.พงศ์พร คือ การทำให้อาณาจักรธรรมกายเป็นวัดปกติธรรมดาเริ่มจากการตรวจใบสุทธิพระ-เณร ทุกรูปในวัดพระธรรมกาย รวมถึงพระที่มาชุมนุมอยู่ที่ตลาดกลางคลองหลวง

ส่วนพระระดับบริหารของวัดพระธรรมกายต้องออกมารายงานตัว หากรูปใดขัดคำสั่งคณะปกครองสงฆ์ต้องประกาศให้ขาดจากความเป็นสงฆ์ และขยับเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดธรรมกาย จัดทำบัญชีทรัพย์สินของวัด ตลอดจนเข้ากราบขอรับคำปรึกษาจาก มส.ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาภายในวัดพระธรรมกาย ไปจนถึงดำเนินการให้มีการแต่งตั้งพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ เข้ามารักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย