“สรรเสริญ” แจงเปิดห้องไลน์เชื่อมโยงส่วนราชการมุ่งเพิ่มการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร “นักวิชาการ” หวั่นความลับรั่วไหล-แย่งพื้นที่ข่าว-ผูกขาดสื่อสาร
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวานนี้ (25ก.พ.) ถึงกรณีมีข่าวแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างความรับรู้และความเข้าใจข่าวสารรัฐบาลแก่ประชาชนของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ที่ทำงานร่วมกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ไปยังสื่อมวลชนในทำนองเป็นห้องเชือดข้าราชการเฉื่อย ว่าในความเป็นจริงแต่ละหน่วยงานมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ดังนั้นสำนักโฆษกและกรมประชาสัมพันธ์จึงเข้ามาช่วยตรวจสอบข้อมูลข่าวสารว่าประเด็นใดที่อยู่ในความสนใจของสังคมหรือถูกนำเสนอคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพื่อส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน จะต้องไม่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องสร้างความรับรู้และความเข้าใจควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ทั้งนี้ การนำแอพพลิเคชั่นไลน์มาใช้ประโยชน์โดยกำหนดให้มีห้อง ID-Chat IA-Chat และ IR-Chat นั้น เป็นขั้นตอนที่สำนักโฆษกและกรมประชาสัมพันธ์ ตกลงใจร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้การทำงานมีความสะดวกและชัดเจน โดยเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง ที่ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะทำให้การบริหารงานภาครัฐโดยรวมมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น และเป็นมิติใหม่ของการสื่อสารภาครัฐไปสู่ประชาชน
นักวิชาการห่วงความลับรั่วไหล
นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่าการใช้กรุ๊ปไลน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันนั้น ความปลอดภัย ถือเป็นประเด็นแรกที่รัฐควรคำนึงถึง โดยเราทราบกันดีว่า การสื่อสารระบบโซเชียลออนไลน์มักพบเห็นข้อมูลรั่วไหลออกมาจากกลุ่มและถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะอยู่เป็นประจำ
โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์ ระบบสื่อสารออนไลน์จากเกาหลีใต้และมีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ทำให้เราไม่สามารถควบคุมข้อมูลที่ไหลผ่านกลุ่มแชทนี้ได้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเราจะมีแอพพลิเคชั่นแชทที่มีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่าง “จีแชท” ที่คิดค้นโดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ แต่เราก็ไม่อาจเชื่อมั่นความสามารถในการป้องกันการส่องดูข้อมูลจากภายนอกได้ อีกทั้ง เราไม่สามารถการันตีได้ว่า สมาชิกทุกคนที่อยู่ในกลุ่มแชทจะมีเจตนาดีกับรัฐบาล
รวมถึงในช่วงเวลาที่พิมพ์ข้อความตอบโต้กันในระบบแชท มีโอกาสที่จะสื่อสารกันผิดพลาด ซึ่งในระบบเอกสารของทางราชการมีการแบ่งระดับความเร่งด่วน แบ่งระดับชั้นของความลับ มีความเป็นทางการ ผ่านการเรียบเรียงถ้อยคำที่ชัดเจน และยังสามารถเห็นร่องรอยของการรับรู้ แต่ในระบบแชท แม้จะแบ่งกลุ่มตามระดับชั้น แต่ในบางกรณีที่แมสเซสมีลักษณะเป็นข้อสั่งการ ก็จะไม่มีความชัดเจนของความเป็นทางการ
หวั่นแย่งพื้นที่ข่าว-ผูกขาดสื่อสาร
“มองภาพรวมอาจถือเป็นเรื่องดี หากรัฐจะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจอันดีกับประชาชนและยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระนายกรัฐมนตรีได้ เพราะในอดีตด้วยหน้าที่ของสื่อมวลชน มักต้องเจอกับการตั้งคำถาม การขุดคุ้ยเปิดโปง และในบางครั้งเอกสารประเด็นร้อนก็เคยหลุดรอดออกมาจากถุงกระดาษห่อกล้วยแขก ในขณะที่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐบาล แม้แต่ระดับเจ้ากระทรวง กลับไม่เข้าใจบทบาทของการตอบข้อซักถามเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีกับประชาชนเลย"
อย่างไรก็ตามหากมองในมุมที่แย่ รัฐอาจต้องการใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปิดกั้นการรับรู้ข่าวสาร ซึ่งนอกจากประชาชนจะกลายเป็นผู้เสียโอกาสในการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สื่อมวลชนทำงานด้วยความยากลำบากมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) สั่งการเชิงรุกให้หน่วยงานราชการทุกกระทรวงเตรียมแผนแก้ไขสถานการณ์ รับมือกับข่าววิกฤติ แย่งชิงพื้นที่ข่าว เพื่อควบคุมการสื่อสารไปยังประชาชน
“การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ เป็นหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย รัฐบาลควรทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรรับทราบ เช่น สวัสดิการ โครงการประชารัฐ หรือหากมีการตรวจสอบ รัฐก็ควรดำเนินการจับกุม ลงโทษผู้กระทำผิดแล้วดำเนินการแก้ไขปรับปรุงการทำงาน แต่ที่ยิ่งเซอร์ไพรส์ ก็คือวันนี้พระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 กลับไม่เคยได้รับการเหลียวแล”
คาดโทษมีผลต่อการประเมินขรก.
ด้านนายวัชระ จิรฐิติกาลกิจ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ในความเป็นจริง หากสังคมไทยมีประเด็นหรือข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใดก็ตาม เช่นประเด็นสถานความมั่นคงของเงินคงคลังรัฐบาล ก็เชื่อว่าโดยสามัญสำนึกทั่วไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือปลัดกระทรวงก็ควรรับรู้ว่าเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงต่อประชาชน แม้ในระดับสั่งการ รัฐมนตรีก็สามารถสั่งการให้ปลัดกระทรวงออกมาให้สัมภาษณ์ได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะเลือกช่องทางไหนเท่านั้น
อนึ่ง การสั่งการเรื่องดังกล่าวนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ไปเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมาโดยมีผู้บริหารส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และโฆษกกระทรวง เข้าร่วม โดยนายวิษณุ กำชับการแจ้งข่าวบอกประชาชนว่ามีอะไรเกิดขึ้น ให้ข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องครบถ้วน แก้ข่าวในสิ่งที่เกิดความเข้าใจผิดในสิ่งที่เป็นเรื่องซุบซิบนินทาให้เกิดความกระจ่าง และสุดท้ายคือการขยายข่าวในบางเรื่องที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องแล้วแต่ยังรับรู้ไม่ทั่วถึง
รวมทั้งมีการระบุด้วยว่าการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวจะมีผลต่อการประเมินผลงานของระดับหัวหน้าส่วนราชการด้วย
ส่วนกลุ่มไลน์ตามที่เป็นข่าวจะแบ่งออกเป็นห้อง ID Chat เป็นห้องคณะทำงานสำนักโฆษกรัฐบาลและกรมประชาสัมพันธ์หน้าที่หลักตรวจสอบข่าวเช้าจากทุกสื่อ โดยเฉพาะเรื่องที่สังคมสนใจ จากนั้นเวลา 10.30 น.คณะทำงานจะส่งประเด็นต่อไปยังห้องIA Chat ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โฆษกกระทรวงรับทราบเรื่อง ถ้าเกี่ยวกับใครต้องดำเนินการต่อทันที โดยจะมีแบบฟอร์มกรอกประเด็นชี้แจง พร้อมชื่อหน่วยงานผู้ชี้แจง และต้องชี้แจงสื่อภายใน24 ชั่วโมง
ถัดมาเป็นห้อง IR Chat เป็นห้องที่จะมีการประเมินผล โดยต้องส่งข่าวชี้แจงอย่างน้อย 3 ช่องทาง หากส่งไม่ครบจะถูกหักคะแนนตามประสิทธิภาพการทำงาน





