ล้วงลึกถึงลูก! วันที่ไม่มี 'บรรหาร' ของศิลปอาชา-สุพรรณบุรี
ล้วงลึกถึงลูก! "ท็อป วราวุธ" ลั่นลงเลือกตั้งแน่ เผย "บรรหาร" เตรียมไว้ให้หมดแล้ว ระบุ "ศิลปอาชา" ไม่ได้แปลว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
นายสุทธิชัย หยุ่น ได้สัมภาษณ์นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ ถึงการรับช่วงทางการเมืองต่อจากนายบรรหาร โดยนายวราวุธกล่าวว่า เรารับภาระในการดูแลการทำงานให้คนสุพรรณบุรี ให้พรรคชาติไทยพัฒนา แต่ไม่ด้แปลว่าผมจะเป็นหัวหน้าพรรค เป็นหัวเรือ คนที่เป็นได้ต้องเป็นคนที่มีบารมี เป็นคนที่มีศักยภาพ นามสกุลศิลปอาชา ไม่ได้รับมรดกตกทอดทางการเมืองจากนายบรรหาร ศิลป อาชามา แต่ต้องไปสร้างเอาเอง ไม่ใช่มรดก ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง
วันนี้ตนก็ขอความรู้ขอเทคนิคการทำงานจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆท่าน เช่น นายประภัตร โพธสุธน นายจองชัย เที่ยงธรรม นายนิกร จำนง และนายสมศักดิ์ ปริศนานันกุล คนเหล่านี้ตนก็ได้ไปขอคารวะ เพราะต้องไปขอความรู้ การทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา และขอให้ผู้ใหญ่เป็นหางเสือในการเดินไปของพรรคข้างหน้า
“ในฐานะที่เป็นทายาทของบรรหาร ตนมีปณิธานว่าจะสืบสานการทำงานของพ่อบรรหาร เหมือนที่ท่านได้อุทิศชีวิตให้คนสุพรรณ ไม่ยอมให้ใครมาบอกว่าพ่อทำมาแล้ว มาเจ๊งสมัยลูก” นายวราวุธกล่าว
นายสุทธิชัยถามว่า จากนี้ไปเมื่อรอจังหวะการเมืองปกติก็จะลงสมัครอีกครั้งใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า แน่นอนเราปิดเทอมมาแปดเก้าปี เรารอว่าโรงเรียนจะเปิดเทอมเมื่อไหร่ เราก็รอไปเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ตนเคยถามตัวเองสมัยเด็กๆ ว่าทำไมคนที่ชื่อบรรหาร ไม่เคยสอนวิชาให้เลย เช่น การบริหาร การดูงบประมาณ นายบรรหารบอกว่า ไม่ต้องห่วงถึงเวลาพ่อเตรียมอุปกรณ์ให้ทำงานการเมืองไว้หมดแล้ว วันนั้นตนไม่ต้องการปลา แต่ต้องการเครื่องมือหาปลา แต่พอถึงวันที่ 23 เม.ย. ที่นายบรรหารจากไปคำถามมันหายไป สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ หากเป็นเครื่องมือหาปลามันล้าสมัยไปหมดแล้ว เรื่องงบประมาณ ระบบบริหารราชการแผ่นดินเปลี่ยนแปลงไป สิ่งต่างๆเหล่านี้มันใช้ไม่ได้ อุปกรณ์หาปลามันใช้ไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่พ่อสั่งสมให้ตนในการทำงานคือความกล้า เหมือนเพลงของบอดี้สแลม คือ “เรือเล็กต้องออกจากฝั่ง” เป็นมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ ภายภาคหน้าจะดูแลคนสุพรรณอย่างที่นายบรรหารทำมากน้อยแค่ไหนไม่ทราบ แต่ก็สู้กันตายไปข้างหนึ่ง
เมื่อถามถึงสไตล์การบริหารของนายบรรหารที่ถูกเรียกว่า “หลงจู๊” นายวราวุธกล่าวว่า การเป็นหลงจู๊ได้ ในประเทศไทยมีไม่กี่คน ท่านต้องมีความสามารถขยันหมั่นเพียร ตนความเก่งกาจไม่เท่าบรรหาร ถ้าเป็นหลงจู๊คงหลงทางเสียก่อน การเดินไปในการเมืองข้างหน้า โชคดีที่เราทำฟุตบลมาตลอด เราต้องทำเป็นทีม สไตล์วันแมนโชว์ จากนี้เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะบุคลากรอย่างคุณพ่ออีกนานกว่าจะมีมา การที่จะมีมือรองของนายบรรหาร ก็ต้องไปทำโคลนนิงนายบรรหารมาอีกหนึ่งคนซึ่งไม่มีทาง การรับไม้ต่อจากบรรหารต้องมีอีกสิบคนในการทำงาน นี่จึงสาเหตุที่นายบรรหารไม่ได้วางใครไว้คนใดคนหนึ่ง เพราะรู้ว่าไม่มีใครรับดาวน์โหลดจากท่าน 100% ได้
นายสุทธิชัยระบุว่านายบรรหารมีการทำงานในลักษณะล้วงลูกทุกรายละเอียด นายวราวุธกล่าวว่า ตอนนี้ตนยังทำไม่ได้ อย่างเมื่อก่อนไปดูที่ศาลหลักเมืองนายบรรหารไปเลือกถังขยะเอง ไปดูว่าวางตรงไหน ตนก็ถามว่าว่างมากหรือ ถึงไปดูถังขยะเอง แต่วันนี้ตนมาดูแลเอง ตนก็นั่งรถไปดูถังขยะ เพราะเรารู้ว่าซื้อแล้วไม่ได้ดั่งใจ ควรจะวางตรงไหน การทำงานให้เสร็จหรือสำเร็จถ้าต้องการเสร็จใช้คนอื่นก็ได้ แต่ถ้าทำให้สำเร็จก็ต้องล้วงลูก




