เผยปมปลด 'วุฒิชาติ' จากเรื่องร้องเรียนประมูล

เผยปมปลด 'วุฒิชาติ' จากเรื่องร้องเรียนประมูล

"นายกฯ" แต่งตั้ง "ประสาร" นั่งซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง เผยปมปลด "วุฒิชาติ" จากเรื่องร้องเรียนประมูล พร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากพบทุจริต

กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ใช้อำนาจตามม.44 ออกคำสั่ง 2 ฉบับเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา คือฉบับที่ 10/2560 เรื่องการปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และฉบับที่ 11/2560 เรื่องกำกับการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้ว่าการร.ฟ.ท.และกระบวนการประมูลภาครัฐที่มูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท

การตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานรัฐ จะทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจอย่างมากในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างทีโออาร์จนถึงการประมูล

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือซูเปอร์บอร์ดขึ้นมาตามคำสั่งของหัวหน้าคสช. เข้ามาพิจารณาโครงการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นโครงการที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลต้องการผลักดันโครงการให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องการให้เกิดความโปร่งใสให้มากที่สุด

“คณะกรรมการชุดนี้จะเข้าไปดูตั้งแต่การจัดทำร่างทีโออาร์ของโครงการต่างๆตั้งแต่แรกว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ มีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือล็อกสเปกอะไรไว้ที่จะไปเอื้อประโยชน์ต่อใครหรือไม่”

นายสมคิด กล่าวว่า การทำงานจะไม่ทำให้โครงการต่างๆล่าช้า แต่จะดูช่วยดูรายละเอียดต่างๆอย่างรอบคอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง4ราย ประกอบด้วย นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานกรรมการ นายกานต์ ฮุนตระกูล เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นายมนัส แจ่มเวหา เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และนายสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์และข้อเท็จจริงซึ่งอาจนอกเหนือจากมุมมองของข้าราชการ

ทั้งนี้ ในคำสั่งหัวหน้าคสช.เรื่องการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ ได้ระบุรายชื่อโครงการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการชุดนี้เบื้องต้น ประกอบด้วย 7 โครงการ โดยทุกโครงการต่อไปนี้คือโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ประกอบด้วย 1.สายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ- ขอนแก่น 3.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 4.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ 5.ช่วงนครปฐม-หัวหิน 6.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 7.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร

นอกจากนี้ มีโครงการอื่นที่จะเข้าพิจารณาตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี

เริ่มทยอยพิจารณาโครงการสำคัญ

“คณะกรรมการชุดนี้จะไม่ทำให้การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ล่าช้า แต่กลับจะทำให้เร็วขึ้น เพราะจะเข้าไปดูร่างทีโออาร์ตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ โดยเริ่มจากโครงการรถไฟทางคู่ที่ประกาศตามคำสั่งหัวหน้าคสช. นั้นเป็นเพียงโครงการนำร่อง แต่หลังจากนี้รัฐบาลจะทยอยแนะนำโครงการที่ต้องเข้าไปอยู่ในการดูแลของคณะกรรมการชุดนี้ เช่นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น”นายสมคิดกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าขั้นตอนต่อจากนี้กระทรวงการคลังจะนำเสนอข้อมูลและขั้นตอนของกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นมาตรฐานมากที่สุด รวมทั้งร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพ เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในการฝึกอบรมบุคลากรในการประเมินราคากลางของโครงการและวัสดุภาครัฐทั่วประเทศ รวมทั้งการใช้สัญญาคุณธรรมเข้าไปในโครงการต่างๆโดยประสานกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทยเพื่อให้มีการเข้าไปสังเกตการณ์โครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างได้มากขึ้น

นายสมคิด กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในเร็วๆนี้

ชี้เป็นโอกาส“วุฒิชาติ”เคลียร์ตัวเอง

นายสมคิด ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 ให้นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการร.ฟ.ท.ว่าในเรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในเรื่องความขัดแย้งกับนายวุฒิชาติ

“ผมกับวุฒิชาติไม่ได้มีความขัดแย้งกันในเรื่องใดมาก่อน คำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องที่ คสช.ออกคำสั่งโยกย้ายเพื่อความเหมาะสม มีเหตุผลอื่นใดถึงเวลาก็จะได้รู้กัน ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งของการให้เอกชนเข้ามารับงานก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่นั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะในระยะหลังร.ฟ.ท.ได้เปิดกว้างให้เอกชนหลายๆ รายเข้ามาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อ คสช.มีคำสั่งออกมาเช่นนี้ก็เป็นโอกาสให้นายวุฒิชาติได้เคลียร์ตัวเองด้วย”นายสมคิดกล่าว

“สมคิด”แจงตั้งบอร์ดใหม่เพิ่มเติม

นายสมคิด กล่าวว่า การแต่งตั้งให้นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวงมาเป็นรักษาการณ์ผู้ว่าการรถไฟฯเนื่องจากเป็นคนที่อยู่ในบอร์ด ร.ฟ.ท.อยู่แล้ว ส่วนบอร์ด รฟท.ต้องบอกว่าไม่ได้มีการปลดบอร์ด แต่เป็นการแต่งตั้งเข้าไปใหม่เพื่อทดแทนนายพิชิต อัคราทิตย์ ที่ลาออกจากประธานบอร์ด รฟท.เพื่อมารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายคณิศ แสงสุพรรณ ก็ลาออกไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก จึงได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาแทน

รวมทั้งตั้งนายวรวิทย์ จำปีรัตน์ มาเป็นประธานแทนเนื่องจากว่าเห็นว่ามาจากคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาก่อนจึงเป็นบุคคลที่เป็นกลาง และมีคนที่เป็นกรรมการเดิมอยู่ 4 คน ส่วนคนที่ตั้งเข้ามาใหม่ เป็นรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีส่งมาเพื่อช่วยขับเคลื่อนงานเร่งด่วนของร.ฟ.ท.

“สรรเสริญ”ระบุเหตุจากร้องเรียนทุจริต

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 10/2560 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากถึงปัญหาความไม่โปร่งใสในการประมูลงานและจัดซื้อจัดจ้างของการรถไฟฯ จึงไม่สามารถเพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนดังกล่าวได้

ทั้งนี้ การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งย้ายผู้ว่าการฯและระงับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการร.ฟ.ท. เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่มีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งขณะนี้ถือว่าทุกคน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าพบการทุจริตตามที่ถูกกล่าวอ้างก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“รัฐบาลและ คสช. ต้องการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่จะต้องมีธรรมาภิบาล โดยมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่และให้นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการในตําแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่งไปพลางก่อน เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์เผยประมูลน่าสงสัย

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” ว่า ได้เปิดเผยความไม่ชอบมาพากลในการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายบทความตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 ตั้งแต่การซื้อซองเอกสารประกวดราคาระหว่างวันที่ 4 ธ.ค. 2559 - 6 ม.ค. 2560 จนถึงวันก่อนยื่นเอกสารประกวดราคาในวันที่ 3 ก.พ. 2560 แต่ร.ฟ.ท.เลื่อนการประกาศผลโดยไม่มีกำหนด

“ทราบว่าเหตุที่ต้องเลื่อน เพราะมีความพยายามที่จะทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางที่เข้ายื่นซองด้วย ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม มีคุณสมบัติไม่ครบ ไม่สามารถเข้าเสนอราคาได้ จากกลุ่มผู้รับเหมายื่นเอกสารประกวดราคาทั้งหมด 7 กลุ่ม แต่มีโครงการอยู่ 5 โครงการ จึงต้องทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลาง 2 กลุ่ม หมดสิทธิ์เข้าเสนอราคาก็จะเหลือผู้รับเหมาขนาดใหญ่ 5 กลุ่มเท่ากับจำนวนโครงการ แต่ถ้าปล่อยให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าเสนอราคาเพื่อแข่งขันกับผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้ ก็อาจจะทำให้ผู้รับเหมาขนาดใหญ่แพ้ประมูล หรือไม่ได้งาน”

นายสามารถ ระบุว่า แม้ว่า ร.ฟ.ท.จะได้ประธานบอร์ดคนใหม่ไปแล้ว และกำลังจะมีผู้ว่าการฯ คนใหม่ แต่หากไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานแบบเดิมๆ ร.ฟ.ท. ก็จะยังคงเป็นแดนสนธยาเช่นเดิม