"โฆษก ทอ." เผยคกก.สอบสวนฯ ลงพื้นที่หาสาเหตุนักบินที่ 2 ดีดตัวออกจากเครื่องอัลฟ่าเจ็ต ซึ้งใจชาวบ้านช่วยชีวิต ชี้รอสรุปข้อเท็จจริงอีกระยะ
พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวความคืบหน้าการตรวจสอบหาสาเหตุกรณีที่ น.ต.สุโขทัย สมศรีใส ผู้บังคับหมวดบิน 2 ฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จ.อุดรธานี ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักบินที่ 2 ดีดตัวออกจากเครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 หรือ อัลฟ่าเจ็ต ในระหว่างฝึกบินทางยุทธวิธีโดยไม่ทราบสาเหตุว่า ในวันนี้ ( 16 ก.พ.) ทางคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุของกองทัพอากาศได้เดินทางถึงกองบิน 23 จ.อุดรธานี เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯ ดังกล่าว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง เจ้าหน้าที่สื่อสาร เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ และเจ้าหน้าที่นิรภัยการบิน นอกจากนี้สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ ยังส่งทีมแพทย์ไปตรวจสอบอาการบาดเจ็บของ น.ต.สุโขทัย ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดเลย เพื่อประเมินอาการทั้งหมด หากสามารถเคลื่อนย้ายได้ก็จะนำตัวกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชต่อไป อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)ได้สั่งการให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด พร้อมกำชับให้ดูแลนักบินที่ 2อย่างดีที่สุด
ด้าน น.อ.นิทัศน์ ยูประพัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 23 อุดรธานี กล่าวว่า น.ต.สุโขทัย ซึ่งเป็นนักบินที่ 2 นั้นเป็นครูการบิน มีอาการกระดูกสะบักหัก กระดูกเบ้าตาแตก ต้องเข้ารับการผ่าตัดจากแพทย์ โดยล่าสุดอาการปลอดภัยและพ้นขีดอันตรายแล้ว อยู่ในระหว่างการพักฟื้น ซึ่งกองบิน 23 และกองทัพอากาศขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านในพื้นที่จนทำให้นักบินที่ 2 มีอาการปลอดภัย ในส่วน ร.ท.ภูริ จุลพัลลภ ศิษย์การบิน ซึ่งเป็นนักบินที่ 1 ตนต้องขอชื่นชม เพราะถือว่ามีสติดีและมีความสามารถนำเครื่องบินกลับมาลงที่กองบิน 23 ได้ อีกทั้ง ตอนนี้มีขวัญกำลังใจดี เช่นเดียวกับนักบินทุกคนของกองบิน 23 ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ส่วนการสอบสวนหาสาเหตุถึงการดีดตัวของเก้าอี้นักบินที่ 2 โดยไม่ทราบสาเหตุนั้น คงต้องรอคณะกรรมการสอบสวนฯ ของกองทัพอากาศทำการตรวจสอบทั้งหมดอย่างละเอียด จึงจะสามารถระบุได้ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากใด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และต้องให้ทางโฆษกกองทัพอากาศ เป็นผู้ชี้แจงต่อสื่อมวลชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่สับสน


