สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญ พิจารณารายจ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 2,654 ล้านบาท จ่ายเงินบำเหน็จ-บำนาญ ขรก.
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมสภากทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 5) ประจำปี 2560 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าฯกทม. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ สมาชิกสภากทม. ผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ในที่ประชุม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ได้เสนอญัตติขอความเห็นชอบให้กทม. จ่ายค่าเงินสะสมกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,654,512,000 บาท เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายเป็นการเร่งด่วน ภายหลังได้รับการจัดสรรงบประมาณตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ไว้ไม่เพียงพอ โดยนายจักกพันธุ์ กล่าวว่า การจ่ายขาดเงินสะสมเป็นอำนาจผู้ว่าฯกทม. โดยได้รับความเห็นชอบจากสภากทม. และให้กระทำได้ในกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดทำโดยรีบด่วน จึงขอให้สภากทม.พิจารณาตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ไม่เพียงพอ โดยกทม.พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องความจำเป็น จึงขอเสนอญัตติจ่ายเงินสะสม 2,654,512,000 บาท เพื่อให้สภากทม.ให้ความเห็นชอบ
“การขอจ่ายขาดเงินสะสม ประกอบด้วยงบกลาง จำแนกเป็น 2 รายการ คือ 1.ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภารกิจและหรือนโยบายที่ได้รับมอบจากรัฐบาล จำนวน 1,190,620,000 บาท เพื่อเบิกจ่ายให้กับข้าราชการครูบำนาญ บำเหน็จดำรงชีพ เงินทดแทนครูและลูกจ้างประจำ ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือบุตร เงินช่วยการศึกษาของบุตรข้าราชการ ในไตรมาศที่ 3-4 เดือน เม.ย.-ก.ย.2560 และ2.เงินสำรองสำหรับจ่ายเป็นเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จำนวน 1,463,892,000 บาท เพื่อเบิกจ่ายในเดือนพ.ค.-ก.ย.2560”นายจักกพันธุ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ที่ประชุมได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการนำเงินสะสมจำนวนนี้ ไปใช้เพื่อนำไปใช้จ่ายสำหรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการกทม. ซึ่ง สภากทม.เป็นห่วงเรื่องวินัยทางการเงินการคลังของกทม. ถึงแม้ขณะนี้จะมีงบกลางอยู่ที่หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งสภาชิกบางคนกลับไม่เห็นด้วยที่จะเห็นชอบ เนื่องจากจะเป็นภาระทางการคลังของกทม.สะสมต่อไปอีก ซึ่งสภา กทม.ไม่เคยอนุมัติ แต่จะเป็นประวัติศาสตร์ว่า สภากทม.ชุดนี้จะไม่มีระเบียบวินัยทางการเงินไปด้วย
นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า คณะผู้บริหารกทม.ชุดนี้ โดยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ยึดถือเรื่องระเบียบทางการเงินเป็นหลัก ถึงจะทำได้ แต่ไม่ควรจะทำ แต่เหตุผลความจำเป็นนี้ กทม.ได้ตั้งงบประมาณปี 2560 ได้ตั้งงบเรื่องบำเหน็จบำนาญไว้น้อยมาก ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน ได้บอกไว้ว่าการตั้งงบประมาณปี 2561 เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น โดยหน่วยงานที่ขอจัดสรรงบประมาณต้องมีความพร้อมในโครงการต่างๆ อาทิ การจ้างที่ปรึกษา ถ้าไม่มีเหตุผล ก็จะต้องมีความเข้างวดเพื่อไม่ให้เกิดภาระในอนาต
ต่อมาในที่ประชุมลงมติเห็นชอบในญัตติดังกล่าวจำนวน 12 คน ไม่เห็นชอบ 2 คน งดออกเสียง 6 คน จากนั้นในที่ประชุมได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรานจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ฉบับที่ ... ก่อนที่ในที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรานจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ฉบับที่ ... ด้วยเสียงเห็นด้วย 16 เสียง และงบออกเสียง 2 เสียง โดยมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ แบ่งเป็นฝ่ายบริหาร 5 คน และฝ่ายนิติบัญญัติ 10 คน วางกรอบพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ก่อนนำกลับมาเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมสภากทม.ต่อไป




