วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

พระราชทานยศ 'ร.ต.อ.' กรณีพิเศษ เหตุตร.พิการจากปฏิบัติหน้าที่

พระราชทานยศ 'ร.ต.อ.' กรณีพิเศษ เหตุตร.พิการจากปฏิบัติหน้าที่

พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานยศ "ร.ต.อ" ให้ตำรวจที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ หลังทุกข์มรมานมากว่า 20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจเป็นกรณีพิเศษ โดยมีเนื้อหาว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานยศร้อยตำรวจเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ จ่าสิบตำรวจ ไพโรจน์ อุส่าห์ดี ข้าราชการตำรวจ ซึ่งทุพพลภาพหรือพิการจนไม่สามารถรับราชการ ต่อไปได้เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2536 ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560 ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ไพโรจน์ เคยเข้ามาร้องเรียนต่อสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2553 โดยระบุว่าขณะนั้นเขา อายุ 52 ปี เป็นอดีตตำรวจประจำ สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุคคลทุพพลภาพ ร่างกายพิการและเป็นอัมพาต เนื่องจากประสบอุบัติเหตุจากหน้าที่จนพิการและโดนไล่ออกจากราชการ โดยมีนายตำรวจระดับ พล.ต.ท.ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัญญาว่าจะให้บุตรสาวหลังเรียนจบปริญญาตรีเป็นนายร้อยตำรวจหญิงและให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้รับการเยียวยา

ครั้งนั้น ร.ต.อ.ไพโรจน์ ระบุว่า ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายในคดีปล้นทรัพย์ที่จังหวัดแพร่ เมื่อปี พ.ศ. 2533 แล้วเกิดอุบัติเหตุ จนตัวเองพิการตลอดชีวิตมา ต่อมาก็มีคำสั่งจากกรมตำรวจ ปลดให้ออกจากราชการ อ้างว่าเป็นบุคคลทุพพลภาพ ขณะที่ภรรยาก็เลิกรา จนคิดฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้ง แต่แม่ตนก็แก่ชรามากและมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ตอนนั้นก็มีนายตำรวจยศ พล.ต.ท. จากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินายหนึ่ง รับปากว่าถ้าลูกสาวเรียนจบปริญญาตรีจะให้เทียบติดยศตำรวจสัญญาบัตรและท่านจะช่วยทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมทั้งตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัว แต่ก็ยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ทำให้ต้องขายปืนประจำตัวขนาด 9 มม. สร้อยคอทองคำ บ้าน และได้รับเงินที่ช่วยเหลือจากประชาชนที่ให้ความเมตตาเพื่อประทังชีวิตจนกระทั่งลูกสาวเรียนจบปริญญาตรีได้ เมื่อลูกสาวเรียนจบตนได้ทำเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เรื่องก็เงียบหายไป