วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'ไผ่ วันพอยท์' ยันไม่รู้จัก 'เบนซ์ เรซซิ่ง'

'ไผ่ วันพอยท์' ยันไม่รู้จัก 'เบนซ์ เรซซิ่ง'

"ไผ่ วันพอยท์" ยันไม่รู้จัก "เบนซ์ เรซซิ่ง" เผยแค่ช่วยเพื่อหารถที่ "บอย" ต้องการเท่านั้น ชี้ไม่เคยได้ยินชื่อ "ไซซะนะ" ในวงการซูเปอร์คาร์ไทย

นายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ภายหลังเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ว่า พนักงานสอบสวนได้สอบถามในทุกประเด็นที่ยังสงสัย ซึ่งส่วนใหญ่คำถามก็คล้ายกับที่ผู้สื่อข่าวได้ถามไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายบอย ซึ่งยังคงยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับนายบอยและนายเบนซ์เป็นการส่วนตัว แต่เพื่อนของตนขอให้ช่วยหารถตามที่นายบอยต้องการเท่านั้น ซึ่งรถตามต้องการมาลงตัวที่เต็นท์ของ นายณัฐวัฒน์ ห่วงมณี หรือ เอก บูโน่ เจ้าของเต็นท์ บูโน ออโต คลินิก (BUONO AUTO CLINIC) ย่านพระราม 3 ที่ตนรู้จักเอก บูโน เพราะอยู่ในวงการเดียวกัน ซึ่งช่วงเวลาที่ตนได้หารถให้กับนายบอยนั้นคือช่วงเดือนตุลาคม 2559 และตนได้เจอกับนายบอยเพียง 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่พานายบอยไปดูรถที่เต็นท์ เอก บูโน่ ออโต คลินิก ย่านพระราม 3 และครั้งที่สอง คือวันที่นายบอยไปรับรถคันดังกล่าวพร้อมนายเบนซ์ นั่นจึงถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ตนได้เจอกับนายเบนซ์

อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ไม่รู้จักกับนายเบนซ์เป็นการส่วนตัว เพราะตนอยู่ในวงการซูเปอร์คาร์ แต่นายเบนซ์อยู่ในวงการบิ๊กไบค์ เป็นคนละวงการกัน

"ทั้งนี้ในวันที่รับรถผมจำเลขทะเบียนรถไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นป้ายที่ระบุจังหวัดสงขลา ซึ่งไม่ทราบว่าผ่านการครอบครองมาแล้วกี่คน และไม่ทราบว่าเจ้าของรถที่แท้จริงขณะนั้นคือใคร แต่ยอมรับว่าเมื่อครั้งที่เพื่อนขอให้ผมช่วยหารถคันดังกล่าวให้กับนายบอยนั้น เพื่อนได้ระบุว่าหากหารถให้ได้จะแบ่งเงินเป็นค่าสินน้ำใจให้ ซึ่งก็ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน และจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยได้เงินในส่วนนั้น ผมก็ไม่ได้ทวง เพราะถือว่าเป็นการช่วยเพื่อนเท่านั้น" นายไผ่ กล่าว

นายไผ่ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเห็นข่าวการจับกุมนายไซซะนะ กับ นายบอย และเครือข่ายแล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าตนจะมีความเชื่อมโยงใดๆ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 10.00-11.00 น.ของวันที่ 7 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อขอให้เข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งตนก็ตัดสินใจมาทันที เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยที่ไม่ได้มีทนายมาด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักชื่อไซซะนะมาก่อน และไม่เคยพบชื่อนี้ในวงการซุปเปอร์คาร์เลย ส่วนจะมีชื่อในวงการซุปเปอร์คาร์ที่ประเทศลาวหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะไม่มีเพื่อนในประเทศลาวเลย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการนัดตนให้เข้าพบเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใดหลังจากที่เข้าให้การในวันนี้

"ส่วนตัวก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าวงการซูเปอร์คาร์เป็นวงการฟอกเงินของกลุ่มที่กระทำความผิด แต่คิดว่าหลังจากที่มีข่าวออกมา คนคงคิดลักษณะนั้น ซึ่งจริงๆแล้วมีคนดีๆขับจำนวนมาก รถซูเปอร์คาร์ใครๆก็อยากขับ"นายไผ่ กล่าวย้ำ