วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

3อดีตกรรมการสภาม.บูรพา เข้าพบตร.กองปราบ-ขาดอีก8คน

สู้คดีขัดคำสั่งคสช.! 3อดีตกรรมการสภาม.บูรพา เข้าพบตร.กองปราบแล้ว ขาดอีก8คน คดีลงมติตั้งรักษาการอธิการบดี โดยมิชอบ

จากกรณีที่ ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินคดี ศ.ดร.พจน์ สะเพียรชัย กับพวก รวม 11 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2557 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

หลังจาก ศ.ดร.พจน์ อุปนายกทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว จัดให้มีการประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล โดยมีวาระการแต่งตั้งรักษาการอธิการบดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งทาง ผศ.ดร.บรรพต เป็นหนึ่งในผู้ได้รับการพิจารณาเพื่อรับการสรรหาจากกรรมการ ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการพิจารณา

โดยที่ประชุมครั้งนั้น มีมติให้ ศ.นพ.สมพล พงศ์ไทย อธิการบดีทำหน้าที่รักษาการอธิการบดีต่อไป

กระทั่งเกิดการคัดค้าน รวมทั้งมีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิกถอนมติดังกล่าว กระทั่ง คสช. ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 เพื่อยุติความวุ่นวาย และออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ต่อมาทาง รมว.ศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีคำสั่งให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง และมีการส่ง รศ.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ ทำหน้าที่รักษาการอธิการบดี นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ บก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า วันนี้ (7 ก.พ.) ศ.นพ.สมพล , ผศ.ดร.รัชนีภรณ์ ทรัพย์กรานนท์ และ ผศ.ดร.วิโรจน์ เรืองประเทืองสุข กรรมการสภาฯ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน บก.ป.ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมกับขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และเนื่องจากทั้งหมดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเอง จึงพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยหลังจากนี้ก็จะนัดหมายให้เข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 8 ราย ซึ่งทั้งหมดมีการประสานเพื่อทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ในระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมาเข้าพบพนักงานสอบสวนวันละ 3 ราย ทั้งนี้ หากการดำเนินการในขั้นตอนการสอบสวนแล้วเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนก็จะสรุปสำนวนคดีและให้ความเห็นของพนักงานสอบสวน ส่งให้อัยการพิจารณาเพื่อมีความเห็นสั่งฟ้องคดีต่อไป