วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศาลยุติธรรม' ท้วงปมไต่สวนลับคดีนักการเมือง ส่อขัดหลักยธ.

โฆษก กรธ. เผย ศาลยุติธรรม ท้วงปมไต่สวนลับหลัง คดีนักการเมือง ส่อขัดหลักยุติธรรม ยังไม่สรุปปมยืดอายุความ

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งได้เชิญตัวแทนของศาลยุติธรรมเข้าให้ข้อมูลต่อกรธ. เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า กรธ. ได้ขอข้อมูลต่อประเด็นการปฏิบัติงานและความชัดเจนต่อรายละเอียดที่บัญญัติไว้ในร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจากตัวแทนศาลยุติธรรม

โดยสาระสำคัญต่อประเด็นที่หารือ อาทิ ตามข้อเสนอที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้การทำคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ต้องมีอายุความหรือยืดอายุความ ออกไปเป็นระยะ 20 - 30 ปี นั้น มีประเด็นพิจารณาที่แยกได้ 2 ประเด็น คือ 1.การยืดอายุความจะกระทบต่อการพิจารณาคดีหรือไม่ เพราะหากยืดอายุความหรือไม่กำหนดอายุความนั้นจะกระทบต่อการสืบหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เช่น การไต่สวนพยานบุคคลนั้น หากยืดอายุความออกไปบุคคลที่ให้ข้อมูลอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ หรือ จำเนื้อหารายละเอียดไม่ได้ นอกจากนั้นหากจะไต่สวนจากเอกสาร ก็อาจมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเอกสารที่เป็นส่วนของราชการที่มีระยะเวลาเก็บรักษาไว้ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

และ 2.กรณีที่ไม่สามารถกำหนดให้อายุความคดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ อาจกำหนดให้มีการไต่สวนลับหลังผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีคดีไปต่างประเทศ แต่ในประเด็นดังกล่าวทางตัวแทนศาลยุติธรรมท้วงติงว่าอาจขัดต่อหลักกระบวนการพิจารณาคดีอาญาที่ต้องไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาโดยตรงเพื่ออำนวยความยุติธรรมตามหลักกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแต่กรณีดังกล่าวมีประเด็นพิจารณาอีกว่า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาสามารถแต่งตั้งทนายความให้มาชี้แจงต่อศาลได้

“ประเด็นที่ได้หารือไปนั้น ยังไม่ได้ข้อยุติอย่างใดอย่างหนึ่งที่ชัดเจน เพราะกรธ.ต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นการอำนวยความยุติธรรมและกลไกที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริต ในระดับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นายนรชิต กล่าว

โฆษก กรธ. กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นการให้สิทธิผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอุทธรณ์คดีต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาได้นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปเช่นกัน เพราะกรณีให้ผู้ที่ถูกตัดสินว่าผิดได้รับสิทธิอุทธรณ์ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติเปิดช่องไว้ ซึ่งมีคนมองว่าทำได้ทั้งกรณีที่มีข้อเท็จจริงใหม่ หรือ ข้อกฎหมายนั้น ในเบื้องต้น การตัดสิน หรือมีคำพิพากษาของผู้พิพากษาของศาล ซึ่งเป็นผู้พิพากษาระดับสูงอยู่แล้วนั้น การอุทธรณ์ในข้อกฎหมายอาจจำเป็นน้อยกว่า ประเด็นข้อเท็จจริงที่พบและเพิ่มใหม่