วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

10 ปีนักการเมืองถูกร้องเรียนเฉียด 200 เรื่อง

"วิทวัส" เผย10ปี นักการเมืองถูกร้องเรียนเฉียด200เรื่อง ชี้รธน.ไม่ระบุมีหน่วยงานรับผิดชอบ ผิดจริยธรรมร้ายแรง อาจส่งผลเจ้านายไม่เอาผิดลูกน้อง

ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก (วิภาวดี) กรุงเทพฯ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดสัมมนาเรื่อง “เหลียวหน้า แลหลัง จริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ” โดยพล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “งานจริยธรรมในมุมมองของผู้ตรวจการแผ่นดิน” ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เป็นหน้าที่สำคัญตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมผู้ตรวจฯ ตั้งแต่ปี 50 เป็นต้นมา เราทำอยู่ 3 เรื่อง 1. ให้หน่วยงานทำประมวลจริยธรรม พบว่า 10 ปีที่ผ่านมามีหน่วยงานส่งมาแล้ว 8 พันฉบับ แต่มีอีก 400 หน่วยงาน หรือร้อยละ 5 ที่ยังไม่ทำส่งมา 2.ส่งเสริมจริยธรรมให้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเราไม่สามารถอบรม ครม. หรือ ส.ส. ได้ ที่ทำได้ก็มีแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการในภูมิภาคที่อยู่ใกล้ประชาชน 3.การรายงานการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ตลอด 10 ปีมีเรื่องร้องเรียน 339 เรื่องโดยผู้ที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือนักการเมืองระดับชาติ 194 ราย ตามมาด้วยข้าราชการ 112 ราย ที่เหลือเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นบางประปราย โดยเรื่องเด่น ๆ ที่ร้องเรียนนักการเมืองคือส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งสองเรื่องผู้ถูกร้องเรียนถูกถอดถอนในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีการสอบจริยธรรมอดีตแกนนำ นปช. และอดีตรัฐมนตรีที่ถูกสหรัฐขึ้นแบล็กลิสต์ รวมถึงการที่ส.ส.ดูภาพอนาจารขณะร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ขว้างเก้าอี้ในระหว่างประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการที่นายกฯไม่ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรแต่ไปภารกิจ ว.5 เป็นต้น  

พล.อ.วิทวัสกล่าวต่อไปว่า มาตรฐานจริยธรรมมีความหลากหลายบางครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชี้ผิดถูกได้ตายตัวเหมือนความผิดในทางอาญา อย่างกรณีนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาขโมยรูปที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น หากติดตามข่าวจะเห็นว่าทั้งประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานก็ดี ซึ่งสุดท้ายนายสุภัฒก็สารภาพว่าท่านเมามาก แต่ซีกหนึ่งของสังคมไทยมองว่าต้องเอาถึงตาย ต้องไล่ออก ปลดออก ไม่มีบำเหน็จบำนาญ แต่ซีกหนึ่งก็มองว่าลูกผู้ชายหลังอายุ 25 ปีก็ต้องเคยมีประสบการณ์เมา แต่ขอบเขตจะไปก่อเรื่องหรือไม่ ซึ่งกรณีของนายสุภัฒนั้นโชคไม่ดีที่เกิดเรื่องที่ต่างประเทศเลยเป็นเรื่อง ถ้าเกิดขึ้นที่ประเทศไทย ในคาราโอเกะแถวบ้านท่านก็คงไม่มีเรื่อง ซึ่งอีกซีกหนึ่งบางคนก็คิดว่าถ้าเราไปลงโทษถึงตายก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายทรัพยากรบุคคล ดังนั้นเรื่องนี้จะผิดถูกตนไม่ขอพูด แต่ในมุมมองหนึ่งคิดว่าถ้าจะลงโทษด้วยการให้เขาไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ใช้ความรู้ประสบการณ์ไปทำงานเพื่อสังคมโดยไม่ได้ค่าตอบแทน หรืออย่างหลายปีก่อนมีคนขับรถชนคนตาย เฉี่ยวรถตู้แล้วตกโทลเวย์ ซึ่งก็ไม่มีใครอยากให้เกิด สังคมก็ไปประณาม และศาลก็ไม่ได้ตัดสินลงโทษรุนแรงเพราะยังเป็นเยาวชน ก็ให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ ไปทำงานดูแลเช็ดตัวผู้ป่วย จนสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี ดังนั้นสังคมจะไม่ให้โอกาสเลยหรือ          

พล.อ.วิทวัส ยังกล่าวอีกว่า การดำเนินการด้านจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงคือไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจแผ่นดิน แต่กำหนดไว้ในมาตรา 219 ว่าการจัดทำมาตรฐานจริยธรรมให้ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับองค์กรอิสระจัดทำมาตรฐานจริยธรรมให้แล้วเสร็จ แล้วขอความคิดเห็นตามสภา วุฒิสภาและครม. โดยให้บังคับใช้ร่วมกัน ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญ โดยความคืบหน้าขณะนี้มีการยกร่างมาตรฐานจริยธรรมไว้ล่วงหน้าแล้วเพราะต้องทำให้แล้วเสร็จใน 1 ปี โดยมีการทำไว้ 2 ฉบับคือฉบับสั้น และฉบับยาว ซึ่งที่ประชุมต้องเลือกกันว่าจะเอาฉบับไหน                   

ขณะเดียวกันในเรื่องการตรวจสอบจริยธรรม รัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่กำหนดให้มีองค์กรอื่นมากรองก่อนอย่างผู้บังคับบัญชาหรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ตนคิดว่าความคาดหวังของสังคมอยากให้ ป.ป.ช. เก่ง ในเรื่องการสอบจริยธรรมร้ายแรงนั้น ตนเห็นว่า ถ้าป.ป.ช.พลาดปล่อยหลุดไปเรื่องพฤติกรรมจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง คนจะไม่ตำหนิเท่ากับพลาดปล่อยคนทุจริตคอรัปชั่นไปและอีกปัญหาหนึ่งคือถ้าเป็นเรื่องจริยธรรมไม่ร้ายแรงจะเป็นหน้าที่ของใคร หน่วยงานไหน เพราะเมื่อไม่มีหน่วยงานดูแลแล้วเกิดปัญหาเจ้านายเมตตาลูกน้องจะทำอย่างไร           

“จากบทเรียนเห็นว่าเรามีประมวลจริยธรรมมากเกินไป อาจจะต้องมีการกำหนดทิศทางกันใหม่ กลไกการบังคับควรมีความเข้มแข็ง ถ้ากรรมการองค์กรอิสระก็ร้องเรียนผิดจริยธรรมร้ายแรง การตรวจสอบทำได้ยากมากอย่างกรณีกกต.ถูกร้องเรียนจะหาคนมาเป็นกรรมการสอบก็ยากเพราะต้องมีตำแหน่งไม่น้อยกว่าผู้ถูกร้อง แล้วถ้าเป็นนายกฯถูกร้องเรียนทำอย่างไร ความล่าช้าในกระบวนการตรวจสอบ จำนวนเสียงในการถอดถอนที่ต้องใช้เสียงถึง 3 ใน 5 ของ ส.ว. และความไม่ชัดเจนว่าการถูกร้องปัญหาเรื่องจริยธรรมจะเป็นส่วนในการพิจารณาเลื่อนขั้น”พล.อ.วิทวัส กล่าว