"ป.ป.ช." ให้ความรู้ "บิ๊กกทม." ยื่นบัญชีทรัพย์สิน เตือนจงใจเลี่ยง-แจ้งเท็จ โดนตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ติดคุกพร้อมปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นวิทยากร บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยมีคณะผู้บริหารกทม.ระดับสูง เข้าร่วมรับฟังบรรยาย โดยนายวรวิทย์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 40 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้บริหารเป็นผู้นำต้นแบบในการแสดงความโปร่งใส ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการมีคุณธรรมให้แก่ระบบราชการ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความมีคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2560 เป็นต้นไป
ผู้ดำรงตำแหน่ง จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ภายใน 30 วัน ซึ่งต้องยื่นบัญชีฯภายในวันที่ 2 ก.พ.2560 ในประกาศดังกล่าวมีข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน มีจำนวน 18 ตำแหน่ง จำนวน 70 คน ประกอบด้วย 1.รองปลัดกรุงเทพมหานคร 2.หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (หัวหน้าสำนักงานก.ก.) 3.ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล 4. ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ 5.ผู้อำนวยการสำนักอนามัย 6.ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา 7.ผู้อำนวยการสำนักการโยธา 8.ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ 9.ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม 10.ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว 11.ผู้อำนวยการสำนักการคลัง 12. ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ 13. ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม 14. ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง 15. ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง 16. ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 17. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และ 18. ผู้อำนวยการสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต
นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสให้ระบบการเมืองและราชการรวมทั้งป้องกันการทุจริต และคัดกรองบุคคลเมื่อเข้าสู่ตำแหน่ง ตลอดจนมาตรการเสริมในด้านการปราบปรามการทุจริต ขณะเดียวกันเป็นการประกาศเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเป็นกลไกให้สาธารณชนช่วยในการตรวจสอบ ตลอดจนป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ส่วนการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต้องแสดงทั้งของตนเองคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยประเภททรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดง จะแบ่งเป็นทรัพย์สิน ได้แก่ เงินสด เงินฝาก เงินลงทุนเงินให้กู้ยืม ที่ดินโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่น ยานพาหนะสิทธิ์และสัมปทาน ทรัพย์สินอื่น ส่วนหนี้สิน ได้แก่ เงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้จากธนาคารและสถาบันอื่นหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และหนี้สินอื่น
สำหรับมูลเหตุจูงใจในการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเท็จ อาทิ เตรียมการทุจริต, ปกปิดการได้มาของทรัพย์สิน ปกปิดการกระทำความผิดตามกฏหมายอื่น ปกปิดเจ้าหนี้ไม่ให้ติดตามทรัพย์สินได้อย่างไรก็ตาม หากพบว่าจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามที่กำหนด รวมทั้งจงใจยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ จะต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัย นอกจากนี้ห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยต้องห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

