องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยผลการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2559 ปรากฏไทยหล่นไปอยู่อันดับ 101 จากอันดับ 76
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยผลการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2559 ของ 175 ประเทศทั่วโลก ปรากฏว่าไทยอยู่อันดับ 101 ร่วงลงจากอันดับ 76 เมื่อปี 2558 โดยคะแนนลดลงเหลือ 35 จากปีก่อนที่ได้ 38 คะแนน และดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันถูกนำไปเชื่อมโยงกับการเมือง เพราะการปิดกั้นของภาครัฐ การขาดการตรวจสอบดูแลที่เป็นอิสระ และสิทธิที่เสื่อมถอยลง ล้วนปั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติระบุว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทุจริต แต่ไม่ชัดเจนว่าเมื่อไรไทยจะกลับสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยภายใต้พลเรือน
นิวซีแลนด์-เดนมาร์กครองอันดับ1
สำหรับประเทศที่ได้อันดับ 1 คือนิวซีแลนด์กับเดนมาร์ก ซึ่งได้คะแนนเท่ากันคือ 90 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 รองลงมาคือฟินแลนด์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา ส่วนอันดับ 10 มี 3 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก และอังกฤษ
ประเทศที่อยู่อันดับกลางๆ คือสหรัฐ ที่ลำดับ 18 ญี่ปุ่นในลำดับที่ 20 ฝรั่งเศสในลำดับที่ 23 ตุรกีลำดับที่ 75 บราซิล จีน และอินเดียในลำดับที่ 79 เท่ากัน
สำหรับประเทศในเอเชียอาคเนย์นั้น นอกจากสิงคโปร์ที่ติด 10 อันดับแรกแล้ว ประเทศอื่นปรากฏว่า บรูไนอยู่อันดับที่ 41 มาเลเซียอันดับ 55 อินโดนีเซียอันดับที่ 90 และฟิลิปปินส์ในอันดับที่ 101 เท่ากับไทย ส่วนเวียดนามอยู่อันดับ 113
ประเทศที่รั้งท้ายได้แก่ เวเนซุเอลา อยู่ในอันดับที่ 166 อัฟกานิสถานในอันดับที่ 169 ลิเบียอันดับที่ 170 และโซมาเลียในอันดับท้ายสุด 176
การจัดอันดับครั้งนี้ ใช้ข้อมูลจากสถาบันต่างๆ รวมถึงธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา และไอเอ็มดี
รายงานสะท้อนว่าภาพลักษณ์คอร์รัปชันมีแพร่หลายทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว เพราะ 69 ประเทศมีคะแนนต่ำกว่า 50 อีกทั้งประเทศที่อันดับลดลง ยังมีมากกว่าประเทศที่อันดับดีขึ้น
นักการเมืองโหนกระแสไม่เท่าเทียม
ในภาพรวมนั้น องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติระบุว่า ภาพลักษณ์ของการคอร์รัปชันที่มากขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมเมื่อปีที่แล้ว บ่มเพาะให้เกิดนักการเมืองที่อิงกระแสความไม่พอใจดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ หรือนางมารีน เลอแปง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ชูประเด็นชนชั้นบริหารประเทศเปรียบเทียบกับชนชั้นทำงานหรือกลุ่มชายขอบ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มหรือผู้ที่แสดงท่าทีต่อต้านสถาบันแบบเดิมๆ มักล้มเหลวในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เมื่อได้ขึ้นสู่อำนาจ นายฟินน์ เฮนริช หัวหน้าฝ่ายวิจัยขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ชี้ว่าในกรณีของนายทรัมป์ได้ส่งสัญญาณของการไม่ทำตามที่สัญญาไว้ เพราะเลิกสนับสนุนกฎหมายต่อต้านการทุจริต ทั้งยังมองข้ามผลประโยชน์ทับซ้อน
คะแนนของฮังการีกับตุรกี ซึ่งมีผู้นำที่รวบอำนาจไว้ในมือ ลดลงในช่วงปีหลังๆ ส่วนอาร์เจนตินามีคะแนนดีขึ้นหลังจากผู้นำประชานิยม หลุดจากตำแหน่ง
กาตาร์อันดับร่วงมากสุด
รายงานระบุว่าเมื่อปีที่แล้ว กาตาร์เป็นประเทศร่วงลงมากที่สุดในดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวพันไปถึงสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ทั้งยังมีรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนโซมาเลียรั้งท้ายในการจัดอันดับเป็นปีที่ 10
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติระบุว่า ภาครัฐควรจำกัดบทบาทของผู้นำภาคธุรกิจในตำแหน่งระดับสูงของภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตและการกระจายความมั่งคั่ง-อำนาจอย่างไม่เท่าเทียมกันในสังคม ทั้งยังเรียกร้องให้ควบคุมภาคธนาคารและธุรกิจอื่นๆ ที่ช่วยฟอกเงิน รวมถึงห้ามตั้งบริษัทลับที่ปกปิดตัวตนเจ้าของที่แท้จริง


