ทรงพระเจริญ! "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พระราชทานลายพระหัตถ์ ห่วงใยให้กำลังใจประชาชน ให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยฯช่วยน้ำท่วมใต้
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.เวลา 09.00 น. ที่กองทัพภาคที่1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย องคมนตรี เข้าเฝ้าเป็นการส่วนเพราะองค์เมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการถวายรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งพระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก และจากการนำเสนอสถานการณ์น้ำท่วมของกระทรวงมหาดไทย และมีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและคณะไปถวายรายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน และพระองค์ท่านรับสั่งด้วยความห่วงใยหลายประการ โดนเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ทั้งที่อยู่อาศัยและอาชีพ ซึ่งเหตุการณ์คล้ายกับที่น้ำท่วมเมื่อปี 54 ที่เราเคยเผชิญมา พระองค์ท่านรับสั่งให้ทำให้ดีที่สุด มีการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน ทั่วถึงและดำเนินการคู่ขนานคือการเตรียมแผนงานระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า พระองค์ท่านยังรับสั่งถึงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ที่ทรงรับสั่งไว้หลายประการให้นำมาทบทวนด้วย ซึ่งในส่วนรายละเอียดทางรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยจะชี้แจงอีกครั้ง เนื่องจากจะมีการประชุมในวันนี้ (13 ม.ค.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามที่ทรงรับสั่งมาทั้งหมด
“นอกจากนี้พระองค์ท่านทรงพระราชทานเป็นลายพระหัตถ์มาถึงทุกคนด้วยความรักและห่วงใยของเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฝูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจ ร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ และพระองค์ท่านก็ลงพรปรมภิไทย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และท่านทรงให้กำลังใจกับประชาชนทุกคน ให้อดทนและเข้าใจถึงว่าเราต้องอยู่กับน้ำอย่างไร ซึ่งต้องเรียนรู้ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ท่านทรงรับสั่งมา เพราะฉะนั้นเราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ในวันข้างหน้าอีก ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อยากจะเรียนให้ประชาชนทราบว่า ต่อจากนี้ไปเราจำเป็นต้องดูแลระบบการระบายน้ำ โครงการพระราชดำริต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้ว โดยเอาแนวทางที่มีอยู่เดิม แต่หลายจังหวัดไม่ได้นำไปดำเนินการ ต้องมาดูแต่ปัญหาต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาชน สิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ ทั้ง ถนน บ้าน จึงต้องดูว่าทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุดและมีการระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งอยู่ในแผนการบริหารจัดการน้ำอยู่แล้ว เราต้องปรับให้เร็วขึ้นในการทำงาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งอีกเรื่อง คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงพระราชทานหลายอย่างหลายประการใน 70 ครองราชย์ อยากให้นำมาใช้และปฏิบัติ เพราะเป็นสิ่งที่ได้ศึกษาและค้นคว้า ทรงทดลองทำมาหมดแล้ว รัฐบาลชุดนี้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นไปตามพระกระแสรับสั่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี อยู่ในความสงบ ทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย ยั่งยืนเป็นที่เชื่อมั่นของนานาชาติ จึงขอให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อย หากรวมความแล้วจะเห็นได้ว่า ทรงพระราชทานความห่วงใยจากพระทัยของพระองค์เอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสร็จจากงานนี้ ตนต้องเดินทางไปปล่อยขบวนอาชีวะ ที่ลงช่วยซ่อมบ้านเรือนประชาชนในภาคใต้ ซึ่งตนจะพูดกับเขาว่าทุกคนถือเป็นทูตปรองดรอง และนี่คือตัวอย่างการปรองดอง คือ ทุกคนไปมาหาสู่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนละภาค คนละจังหวัด ซึ่งต้องเริ่มแบบนี้ก่อน คือทุกคนมีน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งปัน ทุกข์สุขไปด้วยกัน อย่างเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ทรงรับสั่งว่า ทุกข์ไปด้วยกัน สุขไปด้วยกัน ซึ่งพระองค์ท่านทรงอดทนกับน้ำท่วมเหมือนกัน ไปไหนมาไหนไม่ได้เช่นกัน ก็ลำบากไปด้วยกัน แต่วันนี้เราน่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจทุกภาคส่วน และสถาบันพร้อมสนับสนุนรัฐบาลทุกกรณี ด้วยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน และะได้ทรงพระราชทานให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยลงไปช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทหารและรัฐบาล ในส่วนของประชาชนที่บาดเจ็บ สูญเสีย พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าถ้ามีอะไรที่จะทรงพระราชทานช่วยเหลือได้ ก็จะช่วยกับรัฐบาลไปด้วย สรุปว่าต้องเดินไปด้วยกันทั้งหมด ทั้ง รัฐบาล ทหาร ประชาชน ข้าราชการต้องเข้มแข็ง ประพฤติตัวเป็นแบยอย่างที่ดี ถือเป็นสิริมงคลกับพวกเราทุกคนและเป็นกำลังให้ข้าราชการ เพราะพระองค์ท่านทรงทราบดีว่า ทุกคนเหน็ดเหนื่อย เสียสละ อดทน ในการช่วยเหลือประชาชน และประชาชนก็อดทนกับความลำบาก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะสั่งการอีกครั้งใน ครม. ต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆทั้ง การทำลายป่า สร้างสิ่งกีดขวาง ไม่ปฏิบัติตามผังเมืองหรือกฎหมาย การควบคุมอาคาร เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนทราบ ตรงไหนคือทางน้ำไหล ในทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ถ้ากำหนดว่าเป็นทางน้ำไหล ต้องระมัดระวัง อย่าก่อสร้างที่ผิดระเบียบขวางเส้นทางเหล่านั้น เราต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น





