"ภูมิสรรค์" ชม "ประยุทธ์" บิน จ.น่าน ด้วยตนเอง ฝาก4ข้อ ปักหมุดฟื้นผืนป่า-บังคับใช้กม.กับนายทุน
นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่จ.น่าน ด้วยตนเอง เพราะ จ.น่านเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำหลักของประเทศ ที่ 40% ต้นน้ำที่นี่ไหลลงสู่เเม่น้ำเจ้าพระยาและเป็นพื้นที่ที่ป่าไม้ถูกทำลายจากการบุกรุกของนายทุนโดยอาศัยเเรงงานเเละความยากจนของชาวบ้านเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงว่าจะเเก้ปัญหาตั้งเเต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง ซึ่งเป็นเสมือนสัญญาประชาคมที่ให้กับประชาชน ประชาชนทั้งประเทศจะเฝ้ามองความเป็นรูปธรรมว่าจะเกิดขึ้นเเบบไหนอย่างไร
นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่ติดตามงานด้านปฏิรูปทรัพยากรสิ่งเเวดล้อมในกรรมาธิการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมในสภาฯมาเป็นเวลายาวนาน จึงขอเรียนเสนอเพิ่มเติมจากสัญญาประชาคมที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้เเล้วดังนี้ 1.ต้องหาตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการทำลายป่าและเอื้อต่อธุรกิจของตนเอง มาดำเนินคดีตัวอย่างให้ประชาชนได้มั่นใจในสัญญาประชาคมนี้เป็นอันดับแรก
นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า 2.สรรหาที่ดินทำกินและให้องค์ความรู้ที่เหมาะควรเเก่ชาวบ้านโดยเร่งด่วน ก่อนยึดที่ดินกลับคืนรัฐจากชาวบ้านที่บุกรุก เพื่อเเก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน 3.ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ ให้ทำการตรวจหาผลจากสารผิด สารเคมีในดินที่นายทุนใช้ชาวบ้านบุกรุกเพื่อประโยชน์ของตนเอง เพราะ จ.น่าน เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าสารเคมีต่างๆ ที่สะสมมายาวนานจะลงสู่ลำน้ำทางตอนเหนือเรื่อยมาจนถึงเเม่น้ำเจ้าพระยา
นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า 4.การฟื้นฟูป่าเเละระบบนิเวศน์ ควรรวบรวมทุกภาคส่วนจากทั่วประประศเทมาช่วยกัน เช่น คัดเลือกภาคธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลมาช่วย คัดเลือกมูลนิธิหรือองค์กรเอกชนต่างๆที่ทำงานด้านฟื้นฟูป่าไม้เเละระบบนิเวศน์มายาวนาน มาระดมสมองกันหาทางเเก้ร่วมกันเเละให้นำเยาวชนใน จ.น่าน ทั้งหมดมาช่วยกันฟื้นฟูบ้านเกิดของตนเอง สุดท้ายตนหวังว่าการมาของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงการสัญจร หรือการหาเสียง เเต่จะเป็นการปักมุดในการฟื้นผืนป่าเเละบังคับใช้กฏหมายกับนายทุนที่ทำร้ายผืนป่าเเละต้นน้ำมายาวนาน




