วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องฟิต! '354ผบ.กองพัน' ถูกทดสอบสมรรถภาพ สอบตกมีสิทธิ์ปิ๋ว

ผบ.ทบ. ประธานทดสอบสมถรรภาพครั้งแรก "354ผู้บังคับการกองพัน" ลั่นหากสอบตกถูกขยับ ชี้ไม่เหมาะเป็นผู้นำหน่วย สร้างมาตราฐาน ทบ.

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เวลา 06.00 น. ที่สนามกีฬากองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน จัดการตรวจสอบและประเมินผล การทดสอบสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยระดับกองพันครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การทดสอบเป็นมาตราฐานเดียวกัน ดำเนินการอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับกำลังพล ในการดูแลและเสริมสร้างสมถรรภาพร่างกาย อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และทำให้กองทัพบกมีความพร้อมรบในด้านกำลังพล

โดยการทดสอบครั้งนี้ ได้จัดคณะกรรมการจากกองทัพบก กองบัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ นอกจากนี้ให้มีการวัดดัชนีความหนาของร่างกาย รวมถึงให้ดำเนินการตรวจรับเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสะท้อนสัดส่วนร่างกายอย่างแท้จริง โดยมีผู้บังคับหน่วยระดับกองพันร่วมการทดสอบ จำนวน 354 นาย จากกองทัพภาคที่ 1-4 ดำเนินการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกำหนด จำนวน 3 ท่า ประกอบด้วย ท่าดันพื้นท่าลุกนั่ง และวิ่ง 2 กิโลเมตร เดิน 3 กิโลเมตร

ทั้งนี้ในส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทดสอบที่จะบรรจุในหน่วยและหรือตำแหน่งที่ได้รับเงินเพิ่มค่าฝ่าอันตรายต้องมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำว่าร้อยละ 70 ในส่วนกำลังรบ ส่วนสนับสนุนการรบ และส่วนการพัฒนาประเทศ ต้องมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 54 สำหรับผู้ที่บรรจุในส่วนอื่นๆ ต้องมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำร้อย50 และผู้ที่ได้คะแนนเต็ม 100% จะได้รับประกาศชมเชย นอกจากการทดสอบสมถรรภาพร่างกาย จะมีการทดสอบเพื่อประเมินความรู้ผู้บังคับหน่วยในการพัฒนาศักยภาพให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลูกฝังให้กำลังพลเห็นความสำคัญในการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ระดับผู้บังคับกองพันของกองทัพบก ตามนโยบายที่ตนได้สั่งการไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ต้องการให้กำลังพลมีสุขภาพร่างกายที่เข้มแข็ง ทั้งนี้กองทัพบกมีมาตรการในการทดสอบกำลังพลอยู่แล้วในทุกๆเดือนกุมภาพันธ์และเดือนสิงหาคมของแต่ละปี ซึ่งในส่วนของหน่วย ก็แบ่งไปดำเนินการ เช่น หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษจะมีการทดสอบทุกเดือน แต่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและมีความเข้มข้นกว่านี้

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สำหรับหน่วยโดยทั่วไปจะทดสอบ 3 ประการ คือ ยึดพื้น ลุกนั่ง และวิ่งระยะทาง 2 กิโลเมตร ทั้งนี้ทุกอย่างเป็นไปตามเกณฑ์อายุของแต่ละคน และถือว่าเป็นการทดสอบตามมาตรฐานทั่วไป นอกจากนี้ในส่วนที่ตนเพิ่มเติมและเพ่งเล็งมากขึ้นคือดูสภาพความสมบูรณ์ของร่างกาย ความพร้อม ความเหมาะสมซึ่งควรจะอยู่ประมาณ 24 อาจจะสูงกว่านี้ได้บ้าง แต่การทดสอบร่างกายจะต้องผ่านและแข็งแรง ซึ่งทั้งสองอย่างหากเราทำควบคู่กันไปสุขภาพร่างกายของทหารนอกจากจะแข็งแรงแล้วจะดูสง่างาม คือมีกล้ามเนื้อที่สมส่วน และจะทำให้ภาพรวมของกองทัพดีขึ้น เมื่อผู้บังคับกองพันแข็งแรงก็จะได้ลงไปดูแลลูกน้อง ไปเข้มงวดกวดขันสภาพโดยรวม และจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ไปด้วย ที่สำคัญผู้บังคับกองพันจะต้องเป็นผู้นำ
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สำหรับหน่วยในระดับอื่นๆก็มีการทดสอบอยู่แล้วตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองพันลงไป หรือตั้งแต่ผู้บังคับกองพันขึ้นมานอกจากนี้การมดสอบร่างกายยังขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของแต่ละหน่วย

“หากทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผมจะให้เวลาในการทดสอบซ่อมเป็นครั้งที่2 และถ้ายังไม่ผ่านอีก ผมคิดว่าคงไม่สามารถเป็นผู้บังคับหน่วยได้ดีก็จะมีการปรับย้ายตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าอยู่ในส่วนของกำลังรบหรือไม่ เพราะถ้าเป็นในส่วนของกำลังรบจะต้อง 100% ต้องสมาร์ท ส่วนการทดสอบครั้งนี้จะเป็นการประเมินผลในการทำงานหรือไม่นั้น เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น ร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในภาพรวม แต่ผมให้ความสำคัญเนื่องจากถ้าร่างกายของผู้บังคับกองพันไม่ดี ก็ไม่สามารถเป็นตัวอย่างแก่ลูกน้องได้และไม่สามารถนำหน่วยได้ได้ดี แต่ถ้าผู้บังคับกองพันทำได้ดี ผมเชื่อว่าหน่วยจะแข็งแรง” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การทดสอบสมถรรภาพร่างกายใน 3 ท่า เป็นกติกาที่ใช้มากว่า 30 ปีแล้ว แต่ในส่วนของหน่วยบัญชาการสงคราพิเศษ จะมีการดึงข้อและว่ายน้ำเพิ่มขึ้นมา ซึ่งโดยพื้นฐานของทหารต้องแข็งแรงและตนได้กำหนดเอาไว้ 4 อย่างคือ 1.สุขภาพร่างกายแข็งแรง 2.มีความกล้าหาญและมีระเบียบวินัย3.ต้องมีความรู้ตามตำแหน่งงาน 4.มีคุณธรรมจริยธรรม ทั้งนี้หลังจากการทดสอบร่างกายแล้ว จะมีการทดสอบความรู้ซึ่งถือเป็นความรู้ตามกรอบงานที่ได้มอบหมายไปคือ 1.เรื่องศาสตร์ของพระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.ไทยแลนด์ 4.0 3.เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3.สิทธิกำลังพล โดยทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อการทำงานทั้งสิ้น

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามหลังจากทดสอบเสร็จก็จะมีการประชุมผู้บัญชาการระดับกองพันในเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อพบปะผู้บังคับกองพันให้แนวความคิดในการทำงาน และการทดสอบครั้งนี้ถือเป็นพื้นฐาน การสร้างภาพลักษณ์ให้กองทัพดูสง่างามและมีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนซึ่งไม่ใช่เพียงร่างกายที่ต้องแข็งแรงต้องมีความรู้มีคุณธรรมโดยเฉพาะในปัจจุบันเราทำงานร่วมกับประชาชน ถ้าทหารที่เข้าไปรับผิดชอบในการจัดระเบียบสังคมไม่มีคุณธรรมจริยธรรมทุกอย่างก็ไม่ดีขึ้นซึ่งถือว่ามีความสำคัญ

“ แต่ละหน่วยจะมีเกณฑ์ของหน่วยตัวเองอยู่แล้ว แต่ผมตั้งเป้าให้ทุกคนได้ 100% แล้วจะมีรางวัลให้ ยืนยันว่าผลการประเมินดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการโยกย้ายนายทหารประจำปี เพียงแต่ขอให้ทดสอบผ่านเท่านั้น ก็จะสามารถดำรงตำแหน่งได้ แต่ถ้าไม่ผ่านต้องปรับปรุงตัวเอง เช่น ถ้าสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ คะแนนไม่ถึง 70% ผมก็จำเป็นต้องขยับ ยืนยันว่าผมไม่โหด และการทดสอบสมถรรภาพร่างกายของผม 100% ตลอด และทุกคนก็ทำได้หมด ไม่เกี่ยวกับว่าผมมาจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ แต่เป็นการมาตราฐานกองทัพบก และไม่ใช่การสร้างความกดดัน เนื่องจากการทดสอบมีทุกปี” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว