"ประยุทธ์" งัดม.44 ช่วยทีวีดิจิทัลยืดระยะเวลาจ่ายค่าใบอนุญาต แต่คิดดอกเบี้ยเพิ่มงวดที่เลื่อนออกไป 1.5% พร้อมยังไม่เรียกคืน 500 คลื่นวิทยุ
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้อาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรื่อง มาตรการ ส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เสนอให้พิจารณา
สำหรับสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้เป็นการส่งเสริมและช่วยดูแลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลดำเนินงานต่อไปได้ เนื่องจากเห็นว่ามีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีส่วนช่วยส่งเสริมในแง่ของการศึกษาและการขับเคลื่อนประเทศ จึงเปิดทางให้ผู้ประกอบการที่สุจริต แต่ไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทันภายในเวลาที่กำหนดแบ่งจ่ายเงินค่าใบอนุญาต งวดที่ 4 ออกเป็น 2 งวดได้ และแบ่งระยะเวลาการจ่ายเป็นงวดละ 1 ปี
คิดดอกเบี้ย1.5%
อย่างไรก็ตาม งวดที่ยืดระยะเวลาออกไปจะต้องเสียดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี โดยค่าใบอนุญาตในส่วนนี้ ปัจจุบันทางผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ชำระงวดที่ 1-3 มาแล้ว งวดละ 1 ปี และยังคงเหลือจะต้องจ่ายงวดที่ 4
ขณะเดียวกัน ให้ขยายการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เกินกว่าราคาขั้นต่ำ ซึ่งจากเดิมให้แบ่งจ่ายเป็น 6 งวด จ่ายมาแล้ว 3 งวดยังค้างอีก 3 งวด แบ่งจ่ายใน 3 ปี เป็นให้จ่ายได้ 6 งวด ใน 6 ปี และในส่วนที่ยืดระยะเวลาให้มีดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
ทั้งนี้ การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าวไม่ให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นในระบบดิจิทัล ที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องชำระเพิ่มเป็นจำนวนเงินเท่ากับผลคูณของจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระกับอัตราดอกเบี้ย 7.5% คูณกับสัดส่วนจำนวนวันที่ค้างชำระต่อจำนวนวันใน 1 ปี (360 วัน) หากพ้นกำหนดชำระเงินตามเวลาที่ระบุจะถือว่าผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่กระทำผิดเงื่อนไข ซึ่ง กสทช. อาจพิจารณาพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ นอกจากนั้น เงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ยังไม่รวมภาษีค่าธรรมเนียมต่างๆ และดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ คำสั่งหัวหน้า คสช. ยังมีเนื้อหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการของวิทยุกระจายเสียง ที่สำนักงาน กสทช. จะยังไม่เรียกคืนคลื่นความถี่วิทยุ 500 คลื่นความถี่ ตามที่กำหนดไว้ใน เดือน เม.ย.2560 ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 และจะให้มีสิทธิ์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและถือครองคลื่นความถี่ได้ตามขอบเขตและสิทธิ์เดิมไปอีก 5 ปี เพื่อเป็นการให้ข่าวสารที่ไม่บิดเบือนและดูแลความมั่นคงของประเทศได้
ตลอดจนให้ กสทช. และสำนักงานกสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียม โดยไม่คำนึงถึงการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนซึ่งครอบคลุมถึงบริการโทรทัศน์สาธารณะที่นำรายการมาออกอากาศผ่านดาวเทียมด้วย ทั้งนี้มีผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง 27 ช่อง กองทุนจ่ายเงินให้ 875ล้านบาท
ไม่ตั้งกรรมการ กสทช.เพิ่ม
หัวหน้า คสช.ยังใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศว่าจะไม่มีการแต่งตั้งกรรมการ กสทช. เพิ่มเติม ตามที่มีกรรมการท่านหนึ่งอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ เนื่องจาก คสช.เห็นว่า กรรมการที่เหลืออยู่ 8 คน สามารถทำงานต่อไปได้ จะให้มีการสรรหาเพิ่มก็ต่อเมื่อ เหลือกรรมการไม่ถึง 6 คน หรือจนกว่าพระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะแล้วเสร็จก่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทีวีดิจิทัลเฮ ม.44ต่อลมหายใจ
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล กล่าวว่า ประกาศ ม.44ยืดระยะเวลาจ่ายใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการได้เสนอขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. และกสทช. พิจารณา เนื่องจากในกระบวนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัล มีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทำให้มีทีวี2ช่องต้องปิดกิจการตั้งแต่ปีแรก
“ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีและ กสทช. ที่เข้าใจสถานการณ์และพิจารณายืดเวลาจ่ายเงินค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลออกไปอีกระยะ ซึ่งจะช่วยต่อลมหายใจ ให้ออกซิเจนผู้ประกอบการมีโอกาสอยู่รอดต่อไป”
อย่างไรก็ตาม การยืดระยะเวลาจ่ายเงินค่าใบอนุญาตดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้รัฐ โดยยืนยันว่ารัฐไม่เสียประโยชน์ ยังได้เงินค่าใบอนุญาตครบตามจำนวนที่ประมูล พร้อมดอกเบี้ย เพียงแต่ได้รับเงินช้ากว่ากำหนดเดิมที่ให้ชำระภายใน 6 ปี เป็น 9 ปี
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอยู่ในภาวะลำบาก และไม่สามารถกู้เงินมาลงทุนได้เพิ่ม เห็นได้จากมีผู้ประกอบการ2ช่อง คือ อมรินทร์ทีวี และช่องวัน ต้องใช้วิธีขายหุ้นเพื่อดึงกลุ่มทุนใหม่ เข้ามาร่วมลงทุน แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่สามารถทำได้ในทุกช่องทีวีดิจิทัล การยืดระยะเวลาจ่ายใบอนุญาตพร้อมจ่ายดอกเบี้ย จึงเป็นทางออกที่ทุกรายมีโอกาสทำธุรกิจต่อ
“ทีวีดิจิทัล เกี่ยวข้องกับอีกหลายธุรกิจ หากหลายช่องไม่สามารถอยู่รอดได้ จะส่งผลกระทบถึงแรงงานจำนวนมากในหลายอุตสาหกรรม”
หลังจากนี้ได้รับการยืดระยะเวลาจ่ายค่าใบอนุญาตออกไป ผู้ประกอบการจะมีเงินลงทุนคอนเทนท์มากขึ้น มีโอกาสขยายฐานผู้ชมและเรทติ้งเพิ่มขึ้น เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เม็ดเงินโฆษณาทีวีจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทีวีดิจิทัลมีโอกาสหารายได้และอยู่รอดมากขึ้น
มีเงินลงทุนคอนเทนท์
นายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันสมาคมธ์วิชาชีพวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า การยืดระยะจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จากเดิม 6 ปี ออกไปเป็น 9 ปี หรือจากงวดที่ 4-6 เดิม 3 ปี เป็น 6 ปี จะทำให้ต้นทุนการจ่ายเงินค่าใบอนุญาต งวดที่เหลือลดลงราว 20% ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินไปลงทุนด้านรายการมากขึ้น เป็นการช่วยต่อลมหายใจผู้ประกอบการหลายช่องที่อยู่ในสถานการณ์ลำบากช่วงนี้
การลงทุนทีวีดิจิทัลปัจจุบันต้นทุนค่าใบอนุญาตคิดเป็นสัดส่วน 60% ค่าเช่าโครงข่าย (Mux) ราว 10% ที่เหลือเป็นต้นทุนดำเนินการ และคอนเทนท์
นายเดียว วรตั้งตระกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ สถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 บริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่า การยืดระยะเวลาจ่ายเงินค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลออกไปอีก 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 1.5% ถือเป็นต้นทุนที่ยอมรับได้ และจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและมีเงินลงทุนคอนเทนท์มากขึ้น





