ศาลอาญา อนุญาตรวมสำนวน "ศุภชัย" อดีตปธ.สหกรณ์กับพวก11คน ฉ้อโกงเงินกว่า1.1หมื่นล้าน พร้อมนัดตรวจหลักฐาน 20 ก.พ.60
ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 19 ธ.ค.59 เวลา 11.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.3339/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 59 ปี อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น กับพวกรวม 11 ราย เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 , 343
ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ม.ค. 51- ธ.ค.55 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเจน จำเลยร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยจำเลยทั้งหมดร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ ซึ่งการทำสัญญากู้ยืมเพื่อปกปิดการทุจริตหรือการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับระเบียบของสหกรณ์ หรือนำมาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อตกแต่งบัญชีสหกรณ์ฯ ให้เป็นเท็จว่าผลประกอบการของสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วผลการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาตลอด เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.
โดยวันนี้ นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 1และนางทองพิน กันล้อมอายุ 63 ปี อดีตกรรมการบริหารสหกรณ์ จำเลยที่ 4 ไม่ได้ถูกเบิกตัวมาศาลส่วนจำเลยอื่นที่ได้ประกันตัวมาศาลตามนัด ขณะที่ น.ส.ศรัณยา มานหมัดอายุ 52 ปี อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ จำเลยที่ 7 ซึ่งถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลได้เบิกตัวมา
เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยที่ 3 , 5 , 7 - 11 ฟัง ซึ่งจำเลยทั้ง 7 คนให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี
ต่อมาจำเลยที่ 2 และ 6 แถลงต่อศาลว่ายังไม่มีทนายทนายความ จึงขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เพื่อทำการแต่งตั้งทนายความเอง
ขณะที่อัยการโจทก์ แถลงว่า คดีนี้มีข้อเท็จจริงที่จะนำสืบพยานชุดเดียวกับคดีหมายเลขดำ อ.3734/2559 ที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนางวันเพ็ญ ยอดดีเป็นจำเลย ซึ่งมีพยานเอกสารเป็นจำนวนมาก หากรวมคดีเข้าด้วยกันจะทำให้การพิจารณาสะดวกและรวดเร็วกับทุกฝ่าย โดยคดีของนางวันเพ็ญ ศาลอาญาได้นัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 20 ก.พ. 60 จึงขออนุญาตให้ศาลรวมคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกัน และขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 20 ก.พ.ปีหน้า
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ จำเลยที่ 1 และ นางทองพิน จำเลยที่4 ไม่ได้ถูกเบิกตัวมาศาลเนื่องจากไม่พบหมายเบิกตัว
ส่วนจำเลยที่ 2 และ 6 ยังไม่มีทนายความ ขณะที่สำนวนคดีนี้และสำนวนคดีหมายเลขดำ อ.3734/2559 เป็นความผิดร่วมกัน ซึ่งมีมูลเหตุและพยานชุดเดียวกัน ถ้ารวมสำนวนจะทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงอนุญาตให้รวมคดีไว้เป็นสำนวนเดียวกัน และให้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 20 ก.พ.60 เวลา 09.00 น.พร้อมกำชับให้เบิกจำเลยที่อยู่ในเรือนจำมาตามนัดด้วย
ภายหลัง นายวันชัย บุนนาคทนายความของนายศุภชัย กล่าวถึงกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ฯ ยื่นถอนฟ้องอุทธรณ์นายศุภชัย ในคดียักยอกทรัพย์หมายเลขดำ อ.1739/2558 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายศุภชัย 14 ปี 24เดือนว่า ตามหลักกฎหมายแล้วการถอนฟ้องคดีสามารถทำได้ในคดีที่เป็นความผิดที่ยอมความได้ และจะต้องกระทำก่อนที่จะมีคำพิพากษาถึงที่สิ้นสุด
แม้คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว แต่จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คดีจึงยังไม่ถึงที่สิ้นสุดโดยคดีนี้ตนได้เสนอให้มีการเจรจากันก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาหลายครั้ง แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถรวบรวมเงินชดใช้คืนให้สหกรณ์ฯ ได้ ภายหลังเมื่อรวบรวมเงินได้จากแหล่งเงิน 4-5 ราย นายศุภชัย จึงได้มอบให้ตนไปเจรจากับทางสหกรณ์ฯ อีกหลายรอบจนกระทั่ง ในวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนทำหนังสืออย่างเป็นทางการเสนอต่อที่ประชุมสหกรณ์ฯ ซึ่งที่ประชุมยินดีที่จะเจรจาและรับเงินชดเชยรวมดอกเบี้ยจำนวน 34,752,150 บาทตนจึงได้นำผลการประชุมแนบคำร้องยื่นต่ออัยการเพื่อแจ้งให้ทราบ และยื่นต่อศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งถอนฟ้องคดีนี้ต่อไป
นายวันชัย ทนายความกล่าวอีกว่า หากศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ โทษจำคุก 14 ปี 24 เดือน ของนายศุภชัยก็จะถูกถอนไปโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามทราบว่านายทะเบียนของสหกรณ์มายื่นคัดค้านการถอนฟ้อง ตนจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยสมานฉันท์ ในวันที่ 12 ม.ค.60 ด้วย ซึ่งระหว่างนี้ต้องรอฟังคำสั่งศาล
“การฟื้นฟูสหกรณ์ฯ ผ่านมาสักระยะแล้วก็ยังไม่ได้เงินจากภาครัฐ แต่เมื่อมีการเจรจาเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์ และเป็นสิ่งที่กฎหมายให้กระทำได้”นายวันชัย ทนายความอดีตประธานสหกรณ์ กล่าว





