วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิช' ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่ง ส่อหลุดเก้าอี้ปมก.ม.ใหม่

พูดชัด! "ประวิช" ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่ง หลังกฎหมายใหม่วางคุณสมบัติสูง ส่อหลุดเก้าอี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพค ว่าเมื่อเวลา 9.30 น. วันนี้ (19 ธ.ค.) นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม เป็นประธานเปิดสัมมนาทบทวนและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของวิทยากรกระบวนการ (วพป.) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นให้แก่วิทยากรกระบวนการ (วพป.) ให้มีความรู้ ทักษะ และสามารถถ่ายทอดการขับเคลื่อนภารกิจศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล ตลอดจนเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วม

อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนปัญหา อุปสรรค และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหารและพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร

โดยนายประวิช ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) นอกจาก กกต.จะมีการแถลงผลงานครบรอบสามปีของ กกต.ชุดปัจจุบันนี้แล้ว จะมีการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องดูว่ามีประเด็นอะไรที่จะต้องมีความเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. เพราะที่ผ่านมาได้แสดงความเห็นไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)แล้ว เมื่อ กรธ.ตัดสินใจไปแล้วขั้นตอนต่อไปก็เป็นหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ทั้งนี้ส่วนตัวมั่นใจว่าร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะออกมาดีและนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองได้ แต่วิธีการปฏิบัติหากมีสิ่งที่กกต.เห็นว่ายังติดขัดอยู่ก็คงมีความเห็นไปตามสมควร

นายประวิช กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีเรื่องคุณสมบัติใหม่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญที่อาจส่งผลกระทบให้ตนต้องหลุดจากตำแหน่งนั้น ไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้และหากพูดไปก็จะกลายเป็นเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ หน้าที่ของตน ต้องดูเนื้อกฎหมายว่ามีอะไรบ้างที่จะทำให้การเมืองเดินไปด้วยดีในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่วนเนื้อหากฎหมายที่เพิ่มอำนาจให้ กกต.มากขึ้นนั้น ก็ต้องมาพิจารณาว่า กกต.จะต้องปรับตัวอย่างไรให้เป็นไปตามทิศทางที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะนี้กกต.ก็ได้มีเตรียมการไว้แล้ว ทั้งเรื่องเครือข่ายประชาชนและการเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการเลือกตั้งระบบใหม่

“เคยพูดตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าเรื่องคุณสมบัติเป็นเรื่องของ กรธ.และ สนช.จะพิจารณาว่าอะไรจะเหมาะสม ไม่ว่ากฎหมายจะออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากกต.ทุกชุดที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปฏิบัติงานด้วยความกล้าหาญ สุจริต เที่ยงธรรม ส่วนอำนาจที่เพิ่มขึ้นต้องดูรายละเอียดว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง เนื่อง กกต.ถูกออกแบบมาไม่ให้เป็นองค์กรที่โตมากนัก แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ เมื่อ กรธ.คิดรูปแบบใหม่ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งมาแทน กกต.จังหวัดก็ต้องดูว่าจะเดินหน้าตรงไหน โดย กกต.จะติดตามเรื่องนี้และดูทิศทางของ สนช.ด้วย”นายประวิชกล่าว

นายประวิช กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากกต.ได้ทำความเห็นไปยัง กรธ.แล้วว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็น เพราะช่วยในเรื่องจัดการเลือกตั้งและการติดตามต่างๆได้ ถ้าจะลดบทบาทลง เช่น ไม่ต้องมีเงินเดือนประจำให้เป็นเบี้ยประชุมเป็นครั้งคราว หรือจะเปลี่ยนวาระเร็วขึ้น แต่ร่าง กรธ.เห็นว่าไม่ต้องมี ให้มีผู้สังเกตการณ์แทน ทั้งนี้ที่พูดกันมากว่าไม่อยากให้มี กกต.จังหวัด มีปัญหาเดียว คือ ความสัมพันธ์กับนักการเมืองท้องถิ่น แต่ก็ชอบพูดกันโดยไม่มีหลักฐาน ดังนั้น กรธ.จึงหาทางออกโดยไม่ให้มี กกต.จังหวัด แต่ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน ซึ่งเป็นทางเลือกในทางปฏิบัติ หากในชั้นการพิจารณาของ สนช.ต้องการความเห็นเพิ่มเติมจาก กกต. ก็พร้อมที่จะนำเสนอข้อมูล