ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นักวิชาการเงินและบัญชี "ม.มหิดล" ร่ำรวยผิดปกติ จ่อชง "อสส." ฟ้องศาลยึดทรัพย์สิน29.5ล้าน พร้อมชงผู้บังคับบัญชาให้ไล่ออก
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ อดีตนักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 27 กรมสรรพากร ว่าร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 597,728,229.48 บาท ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ของนายสุรพล เมฆะอำนวยชัย คู่สมรสของนางทิพาพัชร์ เมฆะอำนวยชัย
ซึ่งต่อมามีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด ในชื่อของ นางทิพาพัชร์ และหรือ นายสุรพล คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นางทิพาพัชร์ นักวิชาการเงินและบัญชี สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนนั้น
นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นางทิพาพัชร์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ คือ เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สหกรณ์ออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด ชื่อบัญชี นางทิพาพัชร์ เมฆะอำนวยชัย และชื่อบัญชี นางทิพาพัชร์ เมฆะอำนวยชัย และหรือนายสุรพล เมฆะอำนวยชัย รวม 2 บัญชี เป็นเงินจำนวน 29,582,615 บาท
จึงมีมติให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินของนางทิพาพัชร์ รวมจำนวน 29,582,615 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของนางทิพาพัชร์ สั่งลงโทษ ไล่ออกหรือปลดออก นางทิพาพัชร์ โดยให้ถือว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 80 (4)





