วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ ขอบคุณ 'ภูฏาน' มอบกำลังใจให้ไทย

"พล.อ.ประยุทะ์" นายกฯ ขอบคุณ “ภูฏาน” มอบกำลังใจให้ไทย ยินดี “ภูฏาน” นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ย้ำไทยให้ความสำคัญร่วมมือด้านการเกษตร

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเชวัง โชเฟล ดอร์จี (H.E.Mr. Tshewang Chophel Dorji)เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในโอกาสเข้ารับหน้าที่   

โดยพลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่านายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตฯ ได้เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตภูฏานประจำประเทศไทย พร้อมหวังว่า จะได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับภูฏานให้มีความใกล้ชิดในทุกระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและภูฏานมีความแน่นแฟ้นและเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดระยะเวลาเกือบ 27 ปี 

ด้านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า ยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่ง และขอบคุณฝ่ายไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมยืนยันที่จะร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพและความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างรอบด้าน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏานในฐานะประมุขรัฐพระองค์แรกที่ได้เสด็จฯ เยือนไทยเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวภูฏานสำหรับกำลังใจที่มอบแด่ประชาชนชาวไทยต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ นอกจากนี้ รัฐบาลและประชาชนชาวไทยรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งที่สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานได้มีพระบรมราชโองการให้จัดพิธีจุดตะเกียงเนยเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวัดทั่วภูฏาน และได้ทรงนำสมาชิกพระราชวงศ์ไปจุดตะเกียงที่วัดด้วยพระองค์เอง

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ขอบคุณฝ่ายภูฏานที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างสมพระเกียรติเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ พร้อมยินดีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาสุขภาพเด็กและเยาวชนในด้านโภชนาการที่โรงเรียนในชนบทในภูฏานที่ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว และเชื่อว่าการเสด็จฯ เยือนภูฏานของพระองค์จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและภูฏาณในด้านต่างๆ ซึ่งเห็นโอกาสที่จะสามารถร่วมมือกันในหลายสาขา อาทิ การค้าและการลงทุน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นควรให้มีการเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกันให้มากขึ้น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเห็นควรให้มีการส่งเสริมความร่วมมือในด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร และพืชสมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในการจำหน่าย และไทยยินดีที่จะให้การสนับสนุนการลงทุนด้านสาธารณสุขด้วย  

พลโทวีรชน กล่าวต่อว่า ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่านักลงทุนไทยมีความสนใจในศักยภาพของภูฏาน โดยเฉพาะในด้านการก่อสร้างและการท่องเที่ยว โดยขณะนี้ มีนักธุรกิจไทยไปดำเนินธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง ซึ่งไทยพร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเห็นควรให้มีการเชื่อมโยงทางการท่องเที่ยวไม่เพียงแค่ไทยและภูฏาน แต่รวมถึงประเทศอื่นด้วย เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวนะหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น ด้านเอกอัครราชทูตกล่าวว่า ชาวภูฏานนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ชาวไทยเองก็เดินทางไปท่องเที่ยวภูฏานจำนวนมากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เห็นว่า การท่องเที่ยวจะช่วยกระชับความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ รวมถึงความเข้าใจอันดีระหว่างกันในระดับประชาชน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน อาทิ ระบอบกษัตริย์ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรี เห็นว่า ควรส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมตามฤดูกาล เพื่อสร้างจุดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยว

ความร่วมมือทางด้านวิชาการและความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา นายกรัฐมนตรียินดีที่แผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย–ภูฏาน ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ ไทยพร้อมจะร่วมมือกับภูฏานด้านการพัฒนาต่อไป ซึ่งรวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภายใต้แผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย–ภูฏาน ในระยะ 3 ปีข้างหน้าในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและตามความต้องการของฝ่ายภูฏาน ด้านเอกอัครราชทูตขอบคุณฝ่ายไทยสำหรับความร่วมมือในเรื่องดังกล่าว  

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือด้านการเกษตร นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก และยินดีที่ทราบว่า ฝ่ายภูฏานได้นำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการเกษตรเนื่องจากไทยและภูฏานเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกัน ส่วนความสัมพันธ์ด้านศาสนาและวัฒนธรรม นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณฝ่ายภูฏานที่ได้อนุญาตให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากาเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่วัดพังรี ชัมปา (Pangri Zampa)ณ กรุงทิมพู เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 (ค.ศ. 2016) และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สมเด็จพระราชชนนีซังเก โชเดน วังชุกแห่งภูฏาน พร้อมด้วยเจ้าหญิงอูเฟลมา โชเดน วังชุกได้เสด็จฯ เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย 

ในตอนท้าย เอกอัครราชทูตฯ ขอแสดงความยินดีและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และขออวยพรให้ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรือง และประชาชนมีความสุข