วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

ชงนายกฯตั้ง 'คกก.ไซเบอร์' หนุนทหารมีอำนาจแก้ยามวิกฤต

ชงนายกฯตั้ง 'คกก.ไซเบอร์' หนุนทหารมีอำนาจแก้ยามวิกฤต

สปท. ชงนายกฯตั้ง "กปช." ป้องกันภัยทางอินเตอร์เน็ต ให้อำนาจ "ทหาร" แก้สถานการณ์วิกฤตภัยไซเบอร์คุกคามความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีคำสั่งนัดประชุม สปท. ในวันที่ 28 พ.ย. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญคือรายงานผลการศึกษาและข้อสังเกตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สปท. ที่มีพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร เป็นประธาน กมธ. นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งต่อไปยังรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับผลการศึกษาฯ ของกมธ.ปฏิรูปฯ สื่อสารมวลชน พบข้อกังวลต่อภาวะอันตรายและความเสี่ยงที่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตของประเทศจะถูกโจมตี จารกรรมข้อมูล และมีโอกาสถูกทำลายให้เกิดความเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยระหว่างที่ไม่มีกลไกหรือหน่วยงานใดทำหน้าที่ป้องกันและวางแผนรับมือภัยคุกคามดังกล่าว จึงมีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.)

ที่ประกอบด้วย นายกฯ หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน, กรรมการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 7 คน

เพื่อทำหน้าที่ปกป้อง ป้องกัน กำหนดแผนยุทธศาสตร์ และรับมือกับภัยคุกคามจากภัยทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ของประเทศ ระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณายังไม่มีผลบังคับใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับข้อสังเกตของกมธ.ฯสื่อสารมวลชน ต่อเนื้อหา ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ....ที่ ครม. เตรียมเสนอให้ สนช. พิจารณาตราเป็นกฎหมายนั้น มีสาระสำคัญ คือ ปรับโครงสร้างของ กปช. ให้นายกฯ เป็นประธาน จากเดิมที่ร่างกฎหมายกำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริหารสั่งการเชิงนโยบายระดับชาติ ขณะที่อำนาจของ กปช. ควรปรับ จำนวน 2 ประเด็น คือ 1.ให้สิทธิแก่ฝ่ายทหารเข้าดำเนินการตามกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ในสถานการณ์ขณะนั้น หากเกิดวิกฤตร้ายแรงที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทางทหาร จากเดิมที่ร่างกฎหมายเสนอให้ กปช. กำหนดแนวทางและมาตการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างทันท่วงที เว้นแต่ภัยคุกคามที่กระทบความมั่นคงทางทหาร

2.ให้กปช. มีอำนาจมอบหมาย หรือสั่งการให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยสนับสนุนกรณีเกิดเหตุวิกฤตหรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทบด้านอื่น ๆ จากเดิมที่ระบุหน้าที่เพียงสั่งการหรือประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ปฏิบัติตามนโยบายหรือแผนรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ข

ณะที่วาระของกรรมการ กปช. ควรปรับเพิ่มเป็น 4 ปีจากที่ร่างกฎหมายระบุให้มีวาระ 3 ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติที่ต่อเนื่อง กรณีที่เปลี่ยนกรรมการ กปช. เร็วไปอาจส่งผลต่อความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ต่อแผนหรือมาตรการต่าง ๆ