"โฆษกธรรมกาย" ยืนยัน "ธัมมชโย" ไม่ได้หนีออกนอกประเทศ ชี้ยังอาพาธ และไม่ได้ออกจากวัดมากกว่า 10 ปีแล้ว
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 23 พ.ย. หลังจากที่มีข่าวพระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปทางพม่าแล้ว หลังถูกดีเอสไอติดตามจับกุมตัวในคดีฟอกเงินตามที่ส่งต่อกันทางโซเชียลมีเดียอยู่ในขณะนี้นั้น โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้สื่อได้ไปสังเกตการณ์บริเวณที่ประตู 7 ทางเข้า-ออกฝั่งถนนบางขันธ์- หนองเสือ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางวัดได้เลื่อนประตูเข้าออกเหลือเพียงครึ่งเดียว และมีการตรวจรถที่เข้าออกทุกคัน และประตู 1 ฝั่งถนนเลียบคลองสาม หรือศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ทางวัดพระธรรมกายได้ตั้งเต็นท์จัดเก้าอี้ให้ประชาชน และศิษย์ยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายได้นั่งร่วมสวดมนต์บทธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษย์ยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า ถ้าเป็นเรื่องกฎหมายตนต้องขอยกไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวและผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้มาพูดดีกว่า เพราะที่ผ่านมาทางวัดพระธรรมกายก็ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมายมาโดยตลอด และมีเพียงประเด็นเดียวเท่านั้นเอง พระธัมมชโยมีอาการอาพาธ ไม่สามารถออกไปรับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการต่างๆทางด้านกฎหมายได้ และทางคณะแพทย์แนะนำให้พักรักษาอาการ ถ้าย้อนไปตั้งแต่ต้นคณะศิษย์ได้มีการแถลงข่าวว่าพระธัมมชโย อยู่ที่วัดและขอความร่วมมือทุกส่วนทุกฝ่ายให้มาดำเนินทุกอย่างที่วัด จนเวลาล่วงเลยมาเป็นหมายจับอะไรต่างๆ ที่ติดตามกัน หรือแม้วันนี้ที่ทางอัยการมีความคิดเห็นต่างๆ ดังนั้นตรงนี้อยากให้แยกกลับไปเป็น 2 ส่วน
นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนแรกทางด้านกฎหมายนั้น ไม่มีอะไรหยุดนิ่งเลย และมีการดำเนินการมาโดยตลอด ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไปให้ข้อมูลต่างๆให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ส่วนพระธัมมชโย มีอาการอาพาธอยู่ที่วัด ทางกระบวนการต่างๆ ที่ดำเนินการไม่ได้เกี่ยวกับหลวงพ่อ ก็ด้วยเหตุผลนี้เท่านั้นเอง ซึ่งตนขอยืนยันว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายยังอยู่ที่วัด เพราะหลวงพ่อไม่ได้ออกจากวัดมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เนื่องจากอาการอาพาธ ไม่ใช่มาเป็นช่วงที่มีคดีความ แต่อาพาธมาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นศิษย์ของผู้ป่วยที่จะเลือกสถานที่ เลือกวิธีการรักษา และที่อยู่ในวัดนั้นมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์ มีคณะแพทย์ตามสมควร ซึ่งหลวงพ่ออยากจะรักษาอาการอาพาธของตนที่วัดและรักษาแบบนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว อาการก็ดีบ้างทรุดบ้าง สมควรแก่วัย เนื่องจากหลวงพ่ออายุเกือบ 73 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นหลวงพ่ออยู่ที่วัด อีกทั้งหลวงพ่อไม่มีหนังสือเดินทาง ขอให้ไปตรวจสอบทางหน่วยงานราชการก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่สามารถออกนอกประเทศได้อยู่แล้ว
“ที่ผ่านมามีคนจับตาดูท่านถึงขนาดนี้ ผมก็ขอย้อนกับไปถามผู้ที่ให้ข่าวว่า มีจุดประสงค์อะไร เพราะไม่มีมูลเหตุที่จะเกิดขึ้นได้เลย และทำไมจะต้องจับมาเป็นประเด็นสร้างกระแสตอนนี้ ในส่วนที่ว่าเมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้แล้วทางลูกศิษย์วัดพระธรรมกายรู้สึกอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกระแสจะเป็นอย่างไร เพราะวัดเป็นวัดเปิด และบางท่านบอกว่ามีการตรวจเข้มไม่ให้สื่อมวลเข้ามานั้น ไม่เป็นความจริง การดูแลรักษาความปลอดภัยก็เป็นปกติ ให้ลูกศิษย์เข้ามาปฏิบัติธรรมและมีการสวดบทธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร มีนั่งสมาธิกันอยู่ แต่ถ้าเกิดมีกระแสที่มันทำให้คนตกใจ เป็นกังวล วัดนี้ไม่ใช่ของไคคนใดคนหนึ่ง สร้างกันมาจากคนทั่วโลก ทำให้ตกใจที่มีปัญหาเหมือนกัน และผมคิดว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก และวันที่ 2 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ทางวัดจัดให้มีการทำบุญครั้งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งอาจจะมีศิษย์ยานุศิษย์มาร่วมทำบุญเป็นแสนๆคนแต่ถ้าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นนั้น ก็ต้องเป็นมือที่สามที่มาก่อกวน เพราะปกติลูกศิษย์วัดพระธรรมกายรักความสงบ” นายองอาจ กล่าว


