วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ย้อนรอย 'คดีธัมมชโย'

ย้อนรอย 'คดีธัมมชโย'

ย้อนรอย "คดีธัมมชโย"

เมื่อคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับ“โครงข่ายธรรมกาย” เงียบหายไปจากหน้าข่าว ผนวกเข้ากับการเลื่อนสั่งคดีของอัยการ ชนิดที่ว่าแล้วเลื่อนอีก จนเกิดคำถามคาใจคนในสังคม แม้กระทั่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เจ้ากระทรวงตราชั่ง ยังต้องออกมาตั้งคำถามเช่นกันว่า ระหว่างอัยการกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ “ใคร...ถ่วงคดี”

ฝ่ายดีเอสไอ ยืนยันหนักแน่นว่า สาระสำคัญที่เป็นประเด็กแตกหัก ได้สอบสวนจนมีหลักฐานสมบูรณ์เพียงพอแล้ว สรุปพฤติการณ์แห่งคดีให้เห็นภาพโดยย่อ คือ มีการรับเช็คจากสหกรณ์คลองจั่น 1,400 ล้านบาท ต่อมามีการโอนเงินออกไปให้พระและมูลนิธิ ซึ่งเป็นนิติบุคคลภายนอก นำเงินไปสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยมูลนิธิและที่ดินที่ใช้ในการปลูกสร้างไม่ใช่ทรัพย์สินของวัด เนื่องจากวัดธรรมกายมีที่ดินในครอบครองเพียง 190 ไร่ พื้นที่ส่วนต่อขยายอื่นๆ ไม่ใช่ธรณีสงฆ์ พฤติการณ์แห่งคดีตามแนวฎีกาจึงถือเป็นการโอน เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฟอกเงิน คณะพนักงานสอบสวนอันประกอบด้วย ดีเอสไอ อัยการสำนักการสอบสวน และที่ปรึกษาคดีพิเศษ มีมติว่าสมควรสั่งฟ้องคดี ขณะที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ ยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมอีก

เมื่อย้อนมองไปตามลำดับเวลาจะพบว่า คดีนี้ดีเอสไอสรุปสำนวนส่งให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษพิจารณาสั่งฟ้อง เมื่อวันที่13 มิ.ย.59 โดยหอบสำนวนและเอกสารหลักฐาน 32 แฟ้ม 10,672 หน้า พร้อมความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น,พระเทพญาณมหามุนี หรือ นายชัยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย, น.ส.ศรัณยา มานหมัด,นางทองพิณ กันล้อม และนางศศิธร โชคประสิทธิ์ เป็นผู้ต้องหาที่1- 5ฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร

ในวันเดียวกันนั้นทางอัยการ ร่วมตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างหนักแน่นว่า คดีนี้อัยการนัดฟังคำสั่ง ในวันที่ 13 ก.ค. เมื่อถึงกำหนดต้องมีคำสั่งคดี ใน 3 แนวทาง คือ สั่งฟ้อง สั่งไม่ฟ้อง หรือสั่งสอบเพิ่ม ซึ่งผลที่ออกมาไม่เกินความคาดหมาย 13 ก.ค. อัยการแถลงข่าวว่าเลื่อนนัดสั่งคดี(ครั้งที่ 1 ) สั่งสอบสวนเพิ่มเติม นัดอีกครั้ง 30 ส.ค.

ต่อมาวันที่ 30 ส.ค. ทางอัยการ แถลงข่าวเลื่อนนัดสั่งคดี (ครั้งที่ 2 ) โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 6 ต.ค. โดยระบุเหตุผลว่า ประเด็นสอบสวนเพิ่มเติมที่ดีเอสไอส่งมาให้อัยการนั้นมีรายละเอียดที่ซับซ้อนต้องใช้เวลารวบรวมบางเรื่อง ส่วนรายละเอียดที่สั่งสอบสวนเพิ่มเติมนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นความลับในสำนวน ซึ่งวันที่6ต.ค. ถือเป็นกรอบเวลาที่ดีที่สุด แต่ถ้าในวันดังกล่าวคณะทำงานอัยการยังไม่พร้อม เงื่อนเวลาการสั่งคดีอาจจะเลื่อนออกไปอีกได้ แต่ไม่มีผลกระทบอะไร เนื่องจากคดีนี้มีอายุความหลายปี

ต่อมาวันที่ 6 ต.ค. ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่แถลงข่าวแต่ใช้วิธีเผยแพร่เอกสารแถลงข่าวการเลื่อนนัดสั่งคดี( ครั้งที่ 3) โดยระบุว่า ขณะนี้พนักงานอัยการ คณะทำงานคดีนี้ยังได้รับผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากดีเอสไอ ไม่ครบถ้วน อีกทั้งเอกสารในสำนวนคดี และเอกสารเพิ่มเติมที่พนักงานสอบสวน ส่งให้อัยการพิจารณามีจำนวนมาก และเนื้อหามีความสลับซับซ้อน ประกอบกับคดีนี้ เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนสูงมาก อัยการต้องใช้ความละเอียด รอบคอบในการพิจารณาสำนวนและสั่งคดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมนัดใหม่ 7 พ.ย.

กระทั่งวันที่ 1 พ.ย. เริ่มเห็นเค้าลางว่าอาจมีการเลื่อนสั่งคดีอีกครั้ง เพราะก่อนถึงกำหนดนัดสั่งคดีเพียง 5 วันทำการ อัยการส่งประเด็นให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม กระทั่งวันที่ 7 พ.ย.โฆษกอัยการฯ ใช้วิธีติดประกาศเอกสารแถลงข่าว เลื่อนนัดสั่งคดี ( ครั้งที่4 )เพราะต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากดีเอสไอ โดยนัดฟังคำสั่งครั้งต่อไป (ครั้งที่ 5 ) ในวันที่30พ.ย. แต่ในวันนี้(23 พ.ย)คณะทำงานอัยการ ได้แถลงข่าว สั่งฟ้องคดีนี้เสียก่อน