วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วงถกสื่อฯ เชื่อคนวัย50อ่านสิ่งพิมพ์ ชี้จุดเด่นสื่อออนไลน์

เปิดตัวครั้งแรก กองทุนสื่อปลอดภัยฯ จัดเสวนา เผยคนในวัย 50 ปีขึ้นยังอ่านหนังสือ เชื่อสื่อออนไลน์เป็นสื่อสารสองทาง ทำให้ผู้อ่านเพิ่มมากขึ้น

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “สิ่งพิมพ์:วิกฤตคือโอกาส กับบทบาทของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” นำเสนอกรณีศึกษาความสำเร็จ เรื่อง “Business Model :จากสิ่งพิมพ์สู่ออนไลน์ จากแอนะล็อกสู่ดิจิทัล” โดยวิทยากรชั้นนำในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมระดมผู้เชี่ยวชาญการผลิตสื่อสำหรับเด็ก ให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หวังร่วมสนับสนุนและขับเคลื่อนสื่อสิ่งพิมพ์ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “สิ่งพิมพ์:วิกฤตคือโอกาส กับบทบาทของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ที่ ห้องออดิทอเรียม ชั้น7อาคาร KX (Knowledge Exchange Center) เพื่อเป็นการหาทางออกและร่วมขับเคลื่อนสื่อสิ่งพิมพ์ จากสถานการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีสำนักพิมพ์หลายแห่งปิดตัวลง

ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนลักษณะธุรกิจของสื่อสิ่งพิมพ์หลายแห่ง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป และเพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้คือ มุ่งรณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงควบคู่ไปกับส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึง ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย อบรม พัฒนาองค์ความรู้และการสร้างนวัตกรรมด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

นายวสันต์ กล่าวเน้นย้ำว่า ภารกิจของกองทุนฯ คือการส่งเสริมให้เกิดสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไม่ใช่การควบคุมหรือวางกฎเกณฑ์ ขณะเดียวกันต้องทำให้ผู้บริโภครู้เท่าทันสื่อด้วย ดังนั้น การขับเคลื่อนให้กองทุนฯ บรรลุเป้าประสงค์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะกองทุนฯ เท่านั้น แต่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมมือกัน

“นอกจากจะมองในแง่ของผู้ผลิต ต้องมองในแง่ผู้รับสาร ในแง่ของวิชาชีพ ในแง่ของวิชาการ และในแง่ของผู้บริโภคด้วย เพราะทุกคนมีส่วนในการที่จะทำให้เกิดสื่อที่ดีในสังคม ยกตัวอย่างเช่น อาจจะมีผู้ผลิตสื่อบอกว่า เขาผลิตสื่อแบบนี้เพราะคนอยากดูหรือคนอยากอ่าน ถ้าไม่มีคนดูหรือคนอ่าน เขาก็จะไม่ผลิตสื่อแบบนี้ ในทางกลับกัน ผู้บริโภคก็บอกว่า ก็มันมีแต่สื่อแบบนี้ที่ผลิตออกมา หันไปช่องไหนก็เป็นเหมือนๆ กัน ดูไม่แตกต่างกัน ไม่มีทางเลือกเท่าที่ควร หรือไม่มีอะไรสร้างสรรค์พอ คือแทนที่จะตำหนิกันไปมา หรือบอกว่าเป็นหน้าที่ของอีกฝ่าย ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน”

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่าปัจจุบันมีสื่อใหม่ๆ เข้ามา ประชาชนหรือคนทั่วไปเป็นผู้ผลิตสื่อเองได้ ผู้ประกอบวิชาชีพหรือสื่อมืออาชีพยิ่งจะต้องยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพให้สูงขึ้นไปอีกเพื่อจะได้แตกต่าง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยระหว่างมืออาชีพกับคนทั่วไป ขณะเดียวกัน ถ้าเราต้องการเห็นการผลิตสื่อที่มีมาตรฐานสูงขึ้น

หรือการบริโภคสื่อที่มีคุณภาพขึ้น บางทีผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานสูงก็จะเป็นแบบอย่างให้คนทั่วไปได้เห็นว่า นี่คือแบบอย่างในการทำสื่อที่ดี นี่คือแบบอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเป้าหมายสูงสุดคือสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่ช่วยให้คนได้พัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม พัฒนาประเทศชาติ คนถูกหล่อหลอมจากสิ่งแวดล้อม จากสังคมโดยรวม สื่อเป็นสิ่งแวดล้อม เป็นสังคม และเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการหล่อหลอมคน”วสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนาย ปกรณ์ พงศ์วราภา ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เรื่อง ”Business Model :จากสิ่งพิมพ์สู่ออนไลน์ จากแอนะล็อกสู่ดิจิทัล” กล่าวว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อรองรับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป ว่าหัวใจการทำสื่อทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ หรือ ออนไลน์ อยู่ที่เนื้อหาที่ความถูกต้องแม่นยำเชื่อถือได้ แม้แต่กระทั่งสื่อที่แจกฟรียังต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหา ไม่อย่างนั้นตลาดก้ไม่ต่อบรับแม้ว่าจะแจกฟรีก็ตาม

“ถามว่้าสื่อสิ่งพิมพ์ จะยังเหลือมั้ยในโลกที่กำลังก้่าวไปสู่ออนไลน์ คำตอบคือ เหลืออยู่่เพราะคนในวัย 50 ปีขึ้นยังไปยังไงก็ยังอ่านหนังสือ เพราะฉะนั้นการทำหนังสือก็ต้องปรับเปลี่ยนไปเนื้อหาตามผู้อ่านด้วยเช่นกัน” ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าว

ขณะที่ เรซินา อูเบรอยบาจาชจ์ รองผู้อำนวยการ บริษัท มีเดีย ทรานศ์เอเชียไทยแลนด์ จำกัด นำเสนอเรื่อง “โอกาสทองของนิตยสาร สู่โลกของContent Marketing”เพื่อให้ได้เข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคและความเป็นไปของโลกดิจิทัล รวมถึง การสร้างValue Contentผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งNative Advertising, Display Advertising, Online & Offline Marketing, Content Provider Serviceและตัวอย่างการปรับกลยุทธ์ของนิตยสารSeventeen Thailandสู่รูปแบบดิจิทัล ว่านิตยสาร seventeen หนังสือหัวนอกปิดตัวไปเ้มื่อเดือนสิงหาคม และมาทำออนไลน์ แรกๆยอดผู้อ่านไม่มาก แต่หลังจากปรับเนื้อหาให้น่าสนใจเข้ากับกลุ่มวัยรุ่น มีช่องทางในการสื่อสาร 2 ทาง ไม่้ว่าจะผ่านเฟสบุ้ค อินสตราแกรม ยูทูปต่าง ๆ ปัจจุบันมียอดผู้อ่านเพิ่มมากขึ้น

"ช่วงนี้จะถือว่าเป็นโอกาสทองของนิตยสารก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมาเป็นการทำงานบนช่องทางหนึ่งผู้เขียนสื่อสารกับผู้อ่าน แต่พอผ่านมาถึงโลกออนไลน์ ผู้อ่านสามารถสื่อสารกับผู้เขียนได้ง่ายขึ้น ผู้เขียนสามารถเขียนเนื้อหาได้ตรงใจผู้อ่านมากขึ้น ที่สำคัญผู้เขียนต้องเขียนพาดหัวให้โดนใจ และมีคีย์เวิิร์ดที่สามารถค้นหาได้ง่ายจะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมุลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำสื่อออนไลน์" รองผู้อำนวยการ บริษัท มีเดีย ทรานศ์เอเชียไทยแลนด์ จำกัด กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสื่อสำหรับเด็กมาถอดบทเรียน ให้ความรู้ ความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ “อาจารย์ พรอนงค์ นิยมค้า โฮริคาวา” มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก มานำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของการถอดบทเรียนจากหนังสือเด็กของญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ โดยความร่วมมือของมูลนิธิSCGเพื่อการสร้างสื่อปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับเด็ก “เกื้อกมล นิยม” สำนักพิมพ์สานอักษร โครงการ “อ่านยิ้ม อิ่มสมอง น้องอ่านฟรี” นำเสนอการพัฒนาหนังสือที่เป็นต้นแบบ เพื่อสร้างโอกาสและกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก “ชีวัน วิสาสะ” สมาคมไทสร้างสรรค์ โครงการส่งเสริมและพัฒนานิสัยรักการอ่านในเด็ก ที่บอกว่าหนังสือสำหรับเด็กสำคัญเท่าๆ กับอาหารและความรัก ดังนั้น การพัฒนาเด็กด้วยการอ่านคือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืน และ”มกุฏ อรฤดี” ครูใหญ่โรงเรียนวิชาหนังสือ ที่ทำให้เห็นว่าห้องสมุดไม่ใช่โกดังเก็บหนังสือ แต่เป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญา

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หวังผลักดันสื่อไทยทุกแขนงเป็นสื่อที่ดีๆของสังคม พร้อมร่วมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนสื่อคุณภาพ เตรียมพลิกวิกฤติสื่อสิ่งพิมพ์เป็นโอกาสในการ ร่วมสร้างสื่อที่ดีมีจรรยาบรรณและจริยธรรม กระตุ้นคนในสังคมรู้เท่าทันสื่อ

(ภาพจาก fb/THMediaFund)