ตำรวจรวบสาวญี่ปุ่นซุก "เต่า-ตัวเงินตัวทอง-กิ้งก่าจระเข้" เกือบ 60 ตัวซุกกระเป๋าเดินทาง หวังนำกลับญี่ปุ่น
ด่านตรวจสัตว์น้ำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายภูริทัช วัชรสินธุ์ นักวิชาการประมงชำนาญการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจสัตว์น้ำสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนปราบปรามส่วนควบคุมทางศุลกากร ร่วมกันทำการจับกุม น.ส.มากิ ทาคาฮาชิ ( Ms.Maki Takahashi) อายุ 44 ปี ชาวญี่ปุ่น พร้อมของกลาง สัตว์ต้องห้ามตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกอบด้วย เต่านา 16 ตัว เต่าหับ 7 ตัว เต่าอัลลิเกเตอร์ 4 ตัว เต่าจักร 2 ตัว เต่าIndian roofed turtle 3 ตัว ตัวเงินตัวทอง 8 ตัว กิ้งก่าจระเข้ จำนวน 15 ตัว หลังมีการตรวจพบที่ บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นท่าอากาศสุวรรณภูมิประจำจุด BR-W ว่าได้มีการเอ็กซเรย์กระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารรายหนึ่งพบว่ามีสิ่งชีวิตบรรจุอยู่ภายในกระเป๋า จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบ พบกระเป๋าเดินทางสีม่วงใบหนึ่ง ระบุชื่อ น.ส.มากิ ซึ่งเป็นของผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยสารการบินเที่ยวบินที่ TG 640 วันที่ 22 พ.ย.เวลา 22.35 น โดยเดินทางมาพร้อมกับเด็กชายวัย 6 เดือน คณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สายการบินให้นำตัวผู้โดยสารคนดังกล่าวมาพบ ก่อนจะขออนุญาตทำการตรวจสอบภายในกระเป๋าใบดังกล่าว จึงพบสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจเอกสารการกำกับการส่งออกหรือใบอนุญาต แต่ Ms.Maki ไม่สามารถนำออกมาแสดงได้เจ้าหน้าที่จึงไดทำการควบคุมตัว Ms.Makiพร้อมกับตรวจยึดสัตว์ของกลางไว้ทำการตรวจสอบ
จากการสอบสวน น.ส.มากิ ให้การรับสารภาพว่า กระเป๋าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าต้องการนำสัตว์ดังกล่าวไปทำอะไร หรือนำสัตว์เหล่านี้มาจากไหน แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยมีการลักลอบแอบนำสัตว์ออกนอกประเทศมาแล้ว 1 ครั้งและพบว่าเคยเดินทางเข้าออกไทยมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดวันที่ 17 พ.ย. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 (มาตร 23-24 ฐานส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าที่รัฐมนตรีกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต) ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





