วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

4,000คนที่ทำเนียบฯ 'รวมพลังแห่งความภักดี' สุดยิ่งใหญ่

รัฐจัดงาน "รวมพลังแห่งความภักดี" สุดยิ่งใหญ่ 4,000คนที่ทำเนียบฯ นายกฯนำครม.-ขรก.-ปชช.นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีรัชกาลที่ 9

รัฐบาลได้จัดงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89

โดยตั้งแต่เวลา07.00น. ผู้เข้าร่วมพิธีที่มีประมาณ4,000คน ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จาก32หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน ซึ่งทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ ทยอยรวมตัวกันบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา07.55น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยคณะรองนายกรัฐมนตรี เดินออกจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังสถานที่จัดงาน ก่อนที่ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงชาติ ในเวลา08.00น.

จากนั้น นายกรัฐมนตรีไปยังแท่นพิธีเพื่อกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำกล่าวถวายสัตย์ปฎิญาณว่า“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอนำประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า และทุกภาคส่วนซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยในทุกด้าน ตลอดมาเป็นเวลาถึง 70 ปี แม้บัดนี้จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ก็ยังทรงสถิตอยู่ในใจของปวงประชาชนชาวไทยด้วยความวิปโยคอาลัยอย่างไม่มีวันลืมเลือน ณ วาระนี้ ซึ่งปกติเคยเปล่งสัจวาจาถวายพระพรชัยมงคลเสมอมา จึงขอตั้งสัตยาธิษฐานถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเครื่องบูชาพระมหากรุณาธิคุณแทนด้วยข้อความดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าจะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ข้าพระพุทธเจ้า จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศ อย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุน ให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยอันนี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ปกครองประเทศ ด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุข แห่งประชาชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติ ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอปวารณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศต่อไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัจวาจาว่าจะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญ ของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไปด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะถวายความเคารพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั้งนี้มีวงดนตรีออร์เคสตราจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้บรรเลงเพลงตลอดงาน ขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่ถ่ายทอดสดไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศนอกจากนี้ ทำเนียบรัฐบาลได้แจกพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งทรงพระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2559 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช
ให้กับผู้ที่ร่วมงานที่ทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างๆ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการทหาร ตำรวจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยในแต่ละจังหวัดจัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเทศบาล และที่ทำการตำบลบางแห่ง ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวงจะหยุดพักการต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้ร่วมร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความจงรักภักดีพร้อมกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ