สพฐ.วาง4 แนวทางยกระดับจัดการศึกษาความปลอดภัยบนท้องถนน
สพฐ.วาง4 แนวทางยกระดับจัดการศึกษาความปลอดภัยบนท้องถนน เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลปรับเนื้อหาการสอนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย
ดร.พะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน ว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เรื่องการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน ร่วมกับ 12 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันยกระดับการจัดการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษานั้น เบื้องต้นที่ประชุมได้กำหนดแนวทางจัดกิจกรรมเร่งด่วน เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความปลอดภัยในกลุ่มเด็กและเยาวชนให้มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ไว้ 4 แนวทาง ดังนี้ 1.ปรับเนื้อหาของหลักสูตรและสื่อ จัดทำขอบข่ายเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย ทำการคัดเลือกสื่อที่จะเผยแพร่ทางการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เว็บไซต์ มีการจัดทำนิทาน การ์ตูน ซีดีและคู่มือจัดกิจกรรม
2.จัดกิจกรรมในช่วงเพิ่มเวลารู้ โดยเพิ่มหัวข้อความปลอดภัยบนท้องถนนและตัวอย่างฐานการจัดกิจกรรม 3.จัดและพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในของโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้และ อาทิ ป้ายจราจร สัญญาณเตือนภัย ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของเด็ก ทำทางม้าลายบริเวณถนนภายในโรงเรียน และ4.อบรมพัฒนาครู เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้และเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้มีพฤติกรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านช่องทางทีอีพีอี ออนไลน์ จัดค่ายอบรมวินัยจราจร และเพิ่มจำนวนลูกเสือจราจร
“การปรับปรุงหลักสูตรจะเป็นการปรับแก้ไขเนื้อหาของวิชาสุขศึกษา ซึ่ง สพฐ.จะนำข้อมูลที่เคยมีการศึกษาวิเคราะห์ตัวหลักสูตรและเนื้อหาที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัยว่าตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กโตควรเรียนอะไรบ้าง อาทิ เด็กเล็กควรเรียนรู้เรื่องการเดินเท้า การเป็นผู้โดยสาร เป็นต้น มาดูกับหลักสูตรในปัจจุบันว่าตรงไหนขาดจะได้ปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางให้โรงเรียนไปจัดกิจกรรมให้เหมาะสมแก่เด็กต่อไป”ดร.พะโยม กล่าว
ด้าน นายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สปท. กล่าวว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตทางอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ปีละ 20,000 กว่าคน ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นน้ำ โดยให้ ศธ.เป็นเจ้าภาพหลักในการสร้างองค์ความรู้ ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักสูตรและบรรจุเรื่องความปลอดภัยทางถนน ทั้งนี้ ได้เสนอที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาและยกระดับการศึกษาความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา เพื่อการขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน เพื่อแก้ปัญหาและลดการเกิดอุบัติเหตุ ได้ผ่านความเห็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสปท.จากนี้เตรียมเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป







